ค้นหา :
เกี่ยวกับกองทุนหมู่บ้าน     ประชาสัมพันธ์    ความเคลื่อนไหว  รายการโทรทัศน์  
   หน้า 10/13          
"เลี้ยบ"รับอัดยาแรงปั๊มชีพจรศก.พ้นไอซียู เร่งกระตุ้นแบบเบ็ดเสร็จ-ตลาดทุนจับตาอายุรัฐบาล

     น.พ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง กล่าวในงานสัมมนา "โรดแม็ปฟื้นเศรษฐกิจชาติ" ว่า รัฐบาลจำเป็นต้องออกมาตรการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของประเทศที่มีความเบ็ดเสร็จเด็ดขาดเพื่อให้ได้ผลทันต่อเวลา เนื่องจากสถานการณ์ในขณะนี้ไม่มีเวลาเหลือพอที่จะนำมาตรการใดมาทดลองใช้ หรือทำแบบลองผิดลองถูก เพราะการดูแลผู้ป่วยที่เพิ่งเข้าไอซียูใหม่ๆ ถือเป็นเรื่องสำคัญมาก และต้องเบ็ดเสร็จชัดเจนแข่งกับเวลา เราไม่มีเวลาเหลือมากพอที่จะทดลองยาแล้ว

     น.พ.สุรพงษ์ กล่าวว่า การแก้ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศในขณะนี้ต้องใช้มาตรการหลายส่วน และครอบคลุมทั่วประเทศ โดยรัฐบาลพยายามทยอยนำมาตรการต่างๆ ออกมาใช้ ซึ่งในวันที่ 25 มี.ค. จะเสนอมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระดับรากหญ้าเข้าที่ประชุมครม. วงเงิน 2.1 หมื่นล้านบาท เพื่อใช้ในโครงการพัฒนาศักยภาพของหมู่บ้านและชุมชน (เอสเอ็มแอล) 1.8 หมื่นล้านบาท, กองทุนหมู่บ้าน 1.6 พันล้านบาท และโครงการพักชำระหนี้เกษตรกรอีก 1 พันล้านบาท เพื่อให้ทันใช้ในเดือนเม.ย.นี้

     ด้านนายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รมช.คลัง เปิดเผยภายหลังการตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ว่า บสย.ถือเป็นสถาบันการเงินเฉพาะกิจที่ควรให้การสนับสนุนเพื่อประโยชน์ทางเศรษฐกิจฐานรากต่อไป โดยในการตรวจเยี่ยมครั้งนี้ บสย.ได้ขอสนับสนุนด้านเงินทุนเพิ่มเติมเช่นเดียวกับสถาบันการเงินเฉพาะกิจอื่นที่ได้เดินทางตรวจเยี่ยมมา ดังนั้น จากนี้ตนจะรวบรวมข้อมูลทั้งหมดรายงานรมว.คลังพิจารณาอนุมัติในช่วงต้นเดือนเม.ย.นี้ เพื่อให้ทันกับการพิจารณางบประมาณปี"52 ทั้งนี้ บสย.ขอเพิ่มทุนอีก 2,000 ล้านบาท ในส่วนที่ได้รับอนุมัติแล้วแต่ยังไม่ได้เงินจริง รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 16,600 ล้านบาท

     นายสมชัย จิตสุชน ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวว่า โครงการของรัฐบาลที่ลงไปสู่รากหญ้า อาทิ โครงการเอสเอ็มแอล น่าจะมีประโยชน์ทางเศรษฐกิจน้อยกว่าทางการเมือง คนที่ได้ประโยชน์น่าจะเป็นหัวคะแนนของพรรคการเมืองมากกว่า

     ส่วนนายปกรณ์ มาลากุล ณ อยุธยา ประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวในงานสัมมนาหัวข้อ "ยาแรงกระตุ้นเศรษฐกิจ : ทิศทางเศรษฐกิจ และตลาดหุ้นไทยปี"51" ว่า ขณะนี้ในแง่ของนักลงทุนกำลังรอความชัดเจนจากปัจจัยเสี่ยงต่างๆ เช่น สถานการณ์การเมืองจะเป็นอย่างไร โดยในครึ่งหลังของปีหากสถานการณ์การเมืองกลับสู่ภาวะปกติ รัฐบาลสามารถบริหารประเทศต่อไปได้ต่อเนื่อง จะถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นการฟื้นความเชื่อมั่นกลับคืนมา

     นายบัณฑิต นิจถาวร รองผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า หากรัฐบาลสามารถประคับประคองแนวโน้มการขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้ขยายตัวต่อเนื่องได้ น่าจะเป็นประเด็นสำคัญที่จะฟื้นความเชื่อมั่นของนักลงทุนในประเทศให้กลับคืนมา แม้เศรษฐกิจต่างประเทศจะชะลอตัวลงก็ตาม แต่ยืนยันว่าเป้าหมายการดำเนินนโยบายการเงินต้องให้คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีบทบาทรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจ ให้เงินเฟ้ออยู่ในเป้าหมายท่ามกลางความผันผวนที่เกิดขึ้น

     นายศุภวุฒิ สายเชื้อ กรรมการผู้จัดการสายงานวิจัย บริษัท หลักทรัพย์ ภัทร จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า คาดว่าการประชุม กนง. วันที่ 9 เม.ย.นี้ จะไม่มีการประกาศลดดอกเบี้ยนโยบายลง แต่ในระยะต่อไปเชื่อว่าจะลด เพื่อรักษาส่วนต่างกับดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ไม่ให้เกิน 1.5%

หนังสือพิมพ์ : ข่าวสด ฉบับวันอังคาร ที่ 25 มีนาคม 2551

 
ชงมาตรการกระตุ้นรากหญ้า 2 หมื่นล้านวันอังคาร ที่ 25 มี.ค.51
      นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เปิดเผยในระหว่างกล่าวปาฐกถาพิเศษในงานสัมมนาโรดแมพฟื้นเศรษฐกิจว่า จะเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ในการประชุมวันนี้ (25 มี.ค.) พิจารณามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระดับรากหญ้า โดยมีวงเงินอัดฉีดในระบบเศรษฐกิจมากกว่า 20,000 ล้านบาท จากโครงการ    พัฒนาศักยภาพหมู่บ้านชุมชน (เอสเอ็มแอล) วงเงิน 18,000 ล้านบาท โครงการพักชำระหนี้เกษตรกร 1,000 ล้านบาท โครงการกองทุนหมู่บ้าน 1,600 ล้านบาทและโครงการปล่อยสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ เฉพาะกิจ คาดว่าเม็ดเงินจากโครงการเอสเอ็มแอลจะจัดสรรให้แก่หมู่บ้านทั่วประเทศตามขนาดของหมู่บ้านปลายเดือน เม.ย.นี้
      นอกเหนือจากการยกเลิกมาตรการ 30% และมาตรการด้านภาษีที่ ครม.อนุมัติไปแล้ว มาตรการที่จะเสนอ ครม.วันที่ 25 มี.ค. ก็อาจไม่เพียงพอกับปัญหาเศรษฐกิจที่อยู่ในขั้นเข้าห้องไอซียู แต่ผม ถือคติว่าสิ่งที่จะทำต่อไป ยังไม่ขอพูด ไม่เช่นนั้นจะเกิดการคาดการณ์ เช่น กรณีมาตรการอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งบางคนเสนอว่า ไม่ควรมี เพราะครั้ง ที่แล้วกว่าจะได้ทำก็ใช้เวลา 4 เดือน ทำให้ธุรกิจชะงัก และมีข่าวว่าผมไม่เห็นด้วย แต่การสนับสนุนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เป็นเรื่องที่ดี จึงได้เร่งคณะ กรรมการกฤษฎีกาพิจารณาก่อนประกาศใช้อย่างเป็นทางการภายใน 2 สัปดาห์นี้ 
      ทั้งนี้ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล ทั้งที่ประกาศแล้ว และกำลังจะประกาศ เป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ เพื่อให้ระบบเศรษฐกิจมีความสมดุล จากปัจจุบันเศรษฐกิจไทยพึ่งพาการส่งออกมากกว่าการบริโภคภายในแม้จะทำ ให้เศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่การบริโภคภายในกลับไม่คึกคัก เพราะเศรษฐกิจที่โตจากการส่งออก มีกลุ่มธุรกิจส่งออก โดยเฉพาะบริษัทข้ามชาติที่เข้ามาลงทุนและส่งออกได้รับประโยชน์ รัฐบาลจึงต้องเร่งส่งเสริมให้เศรษฐกิจภายในแข็งแกร่งยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม ยังมีอีกหลายเรื่องที่รัฐบาลอยู่ระหว่างพิจารณาออกเป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เช่น มาตรการกลับสู่ห้องเรียน ที่จะช่วยส่งเสริมและพัฒนาคน รวมถึงมาตรการทางการคลัง ที่จะช่วยพัฒนาขีดความสามารถการผลิต.
 
หนังสือพิมพ์ : ไทยรัฐ ฉบับ วันที่ 25 มีนาคม 2551
 
เลี้ยบซดเกาเหลามิ่งขวัญห่วงคุมราคาสินค้าฉุดเศรษฐกิจ

        หมอเลี้ยบหวั่นมาตรการคุมราคาสินค้าของพาณิชย์หากนานเกินไปจะทำให้ผู้ประกอบการไม่ผลิตเพิ่ม-นักลงทุนไม่เชื่อมั่น ลั่นเดินหน้าเข็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเฟส 3 เข้าที่ ครม.อังคารหน้า ใช้ออมสิน-ธ.ก.ส.เป็นกำลังหลักหว่านรากหญ้าผ่านกองทุนหมู่บ้านและโครงการ SML หลังจากนั้นอัดงบ 1 พันล้าน ฝึกอบรมพัฒนาทักษะด้านวิชาชีพ
   
       นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง มาร่วมกล่าว กล่าวถึงการควบคุมราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่กระทรวงพาณิชย์โดยนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ ดำเนินการในช่วงที่ผ่านมาว่า ในระยะสั้นไม่เกิน 6 เดือน จะไม่มีปัญหาต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวมมากนัก แต่หากเกิน 6 เดือนจะมีผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจในระยาว เนื่องจากการคุมราคาจะทำให้ภาคเอกชนไม่ลงทุนเพื่อขยายกำลังการผลิตเพิ่มเติม และจะสร้างผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน ซึ่งหากจะให้เกิดความเป็นธรรมแก่ทั้งผู้ประกอบการและประชาชนจะต้องพิจารณาในด้านต้นทุนของผู้ประกอบการด้วย ขณะเดียวกันก็ต้องเพิ่มรายได้ประชาชนขึ้นมาให้สมดุล
      
       ดังนั้นมาตรการการเพิ่มรายได้ให้กับประชาชนจึงมีความจำเป็นอย่างเร่งด่วนที่จะผลักดันออกมาใช้โดยเร็วเนื่องจากภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันรายได้ของประชาชนไม่มีการปรับเพิ่มขึ้นแต่อย่างใดแต่รายจ่ายกลับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง รัฐบาลจะต้องหามาตรการเพิ่มรายได้ทั้งมนุษย์เงินเดือนที่ต้องหาอาชีพเสริมให้และหาวิธีเพิ่มรายได้ให้กับประชาชนระดับรากหญ้ามากขึ้น
      
       “การประหยัดก็เป็นเรื่องที่จำเป็นหากเห็นว่าเรื่องไหนเป็นสิ่งฟุ่มเฟือยก็ควรที่จะประหยัดในส่วนนั้น แต่ในเรื่องของค่าครองชีพการจับจ่ายใช้สอยในชีวิตประจำวันที่ถือว่ามีความจำเป็นรัฐบาลก็ควรจะหามาตรการมาช่วยเหลือประชาชนในเรื่องนี้ให้มากที่สุด” นพ.สุรพงษ์กล่าว
      
       ***โชว์มาตรการกระตุ้นรากหญ้า
       “มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในชุดที่ 3 จะใช้งบประมาณ 1.5 หมื่นล้านบาทอัดฉีดเข้าไปในโครงการเอสเอ็มแอลและ มีเงินจากการพักชำระหนี้เกษตรกรอีก 1 พันล้านบาท ซึ่งคาดว่าประชาชนในระดับรากหญ้าได้รับเม็ดเงินจำนวนนี้ในช่วงปลายเดือนเมษายน –มิถุนายน ซึ่งเงินจำนวนดังกล่าวจะเข้าไปหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจประมาณ 2-3 รอบ ก็สามารถขัดเคลื่อนเศรษฐกิจในประเทศให้ฟื้นตัวได้ใน 6 เดือนข้างหน้า” นพ.สุรพงษ์กล่าวปาฐกถาพิเศษ ในหัวข้อ "นโยบายของรัฐต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจของชาติ" จัดโดยสมาคมวิจัยการตลาดแห่งประเทศไทย สมาคมการขายตรงไทย สมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย สมาคมนักประชาสัมพันธ์แห่งประเทศไทยและสมาคมโฆษณาธุรกิจแห่งประเทศไทย ภายใต้งานสัมมนา "ชวดนี้...ไม่มีชวด" ที่ รร.เซ็นทารา เซ็นทรัลเวิลด์ วานนี้
      
       นพ.สุรพงษ์เปิดเผยว่า การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันอังคารที่ 25 มีนาคม นี้กระทรวงการคลังจะนำมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจชุดที่ 3 เข้าเสนอต่อที่ประชุม ซึ่งเนื้อหาส่วนใหญ่ของมาตรการดังกล่าวจะเน้นการสร้างรายได้ให้กับประชาชนในระดับฐานรากที่ประสบปัญหารายได้คงที่ในขณะที่รายจ่ายปรับเพิ่มสูงขึ้นเนื่องจากอัตราค่าครองชีพที่ปรับตัวสูงขึ้นตามราคาน้ำมัน
      
       ซึ่งมาตรการที่จะเสนอให้ ครม.ได้แก่ โครงการพัฒนาศักยภาพของหมู่บ้านและชุมชน (เอสเอ็มแอล) กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง (กทบ.) โดยในเบื้องต้นจะนำเงินที่มีการค้างจ่ายจากโครงการอยู่ดีมีสุขของรัฐบาลชุมก่อนที่มีวงเงินเหลืออยู่ประมาณ 1.5 หมื่นล้านบาท นอกจากนี้ยังมีโครงการพักหนี้เกษตรกรโดยมีวงเงินเบื้องต้น 1 พันกว่าล้านบาทโดยจะทำการพักหนี้ให้กับเกษตรกรที่มีแผนฟื้นฟูส่วนเกษตรกรที่มีประวัติการชำระหนี้ดีก็จะมีการลดอัตราดอกเบี้ยให้ด้วย และโครงการธนาคารประชาชนของธนาคารออมสิน ที่จะอัดสินเชื่อให้กับผุ้ต้องการมีรายได้เสริมในอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำ
      
       ***ออมสิน-ธ.ก.ส.ปล่อยกู้ SML-กทบ.
       รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลังกล่าวว่า สำหรับการปล่อยกู้เพื่อเสริมศักยภาพให้กับกองทุนหมู่บ้านและเอสเอ็มแอลที่มีฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งและมีการบริหารจัดการที่ดีนั้น กระทรวงการคลังได้สั่งการให้ผู้บริหารธนาคารออมสินธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และกทบ. ให้ไปตัดสินเองว่าจะปล่อยกู้เพิ่มเติมให้กับกองทุนใดบ้างที่ธนาคารคาดว่ามีศักยภาพในการชำระหนี้คืน เนื่องจากที่ผ่านมาธนาคารจะเป็นผู้ที่ทราบดีว่าโครงการใดมีศักยภาพในการดำเนินการ
      
       “เบื้องต้นแนวทางนี้จะให้ธนาคารออมสินและธ.ก.ส.จัดวงเงินกู้เพิ่มเติมให้กับกองทุนหมู่บ้านที่มีศักยภาพ ซึ่งในช่วงแรกคาดว่าจะมีหมู่บ้านที่สามารถเข้าร่วมโครงการนี้ประมาณ 100 กองทุนโดยโครงการนี้จะไม่เน้นการใส่งบประมาณของรัฐบาลลงไป จะปล่อยให้สถาบันการเงินของรัฐเป็นกลไกลสำคัญในการอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบแทนซึ่งอาจมีการคิดดอกเบี้ยในอัตราพิเศษตามที่ตกลงกัน” รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลังกล่าว
      
       ***เฟส 4 อัด 1 พันล้านเน้นอบรมทักษะ
       สำหรับมาตรการกระตุ้มเศรษฐกิจในชุดที่ 4 นั้น นพ.สุรพงษ์กล่าวว่า จะเป็นโครงการกลับสู่ห้องเรียน โดยกระทรวงการคลังได้หารือเบื้องต้นกับสำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ และภาคเอกชนอื่นๆ ที่มีศักยภาพในการฝึกอบรมพัฒนาทักษะในการประกอบอาชีพให้แก่ประชาชนทั่วไปที่สนใจพัฒนาความรู้ของตนเองนำไปใช้ประกอบอาชีพต่อไปในราคาประหยัด
      
       ทั้งนี้ รัฐบาลได้ตั้งวงเงินสำหรับสนับสนุนโครงการนี้ไว้ประมาณ 1 พันล้านบาท โดยการดำเนินงานจะจัดให้มีการเปิดโครงการฝึกอบรมทักษะทางด้านวิชาชีพด้านต่างๆ อาทิ ธุรกิจอาหาร บริการ และสุขภาพ เป็นต้น โดยจะร่วมกับหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ซึ่งรัฐบาลจะสนับสนุนค่าใช้จ่ายให้สำหรับผู้ที่สนใจเข้าร่วมโครงการบางส่วน ที่เหลือผู้เข้าร่วมโครงการรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเองและเมื่อสิ้นสุดโครงการแล้วรัฐบาลจะหาแหล่งเงินกู้ในอัตราดอกเบี้ยต่ำจากสถาบันการเงินของรัฐเพื่อนำไปประกอบอาชีพให้อีกทางหนึ่งด้วย.

หนังสือพิมพ์ :  ผู้จัดการ ฉบับวันศุกร์  ที่ 21 มีนาคม 2551
 
รัฐควานหางบทำหมู่บ้านเอสเอ็มแอล

       นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง กล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “นโยบายของรัฐต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจของชาติ” ว่า ในวันที่25 มี.ค. จะเสนอมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรากหญ้าให้ที่ประชุม ครม.พิจารณา โดยเม็ดเงินที่จะเข้าสู่ระบบรอบแรกจะมาจากโครงการพัฒนาศักยภาพหมู่บ้านและชุมชน (เอสเอ็มแอล) 15,000 ล้านบาท พักหนี้เกษตรกร 1,000 ล้านบาท และจากกองทุนหมู่บ้านอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งทั้ง 3 โครงการจะมีเงินไหลเข้าสู่ ประชาชนปลายเดือน เม.ย.นี้ และเต็มที่ในเดือน มิ.ย. จะทำให้เกิดการหมุนเวียน 2-3 รอบในหนึ่งปี ซึ่งจะเป็นแรงกระตุ้นในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้อีกทาง ดังนั้น ภายในปีนี้เศรษฐกิจในประเทศจะเติบโตชัดเจนและสมดุลมากขึ้น 
       นายปานปรีย์ พหิทธานุกร ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี (นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี) เปิดเผยหลังหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดทำมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรากหญ้าว่า ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปสรุปการใช้งบประมาณที่สามารถนำมาใช้ในการกระตุ้นเศรษฐกิจรากหญ้าให้ชัดเจน โดยเฉพาะงบประมาณที่รัฐบาลชุดก่อนจัดสรรให้โครงการอยู่ดีมีสุข แต่ในรัฐบาลนี้ต้องการโยกกลับมาใช้ในโครงการเอสเอ็มแอล เพราะตัวเลขที่แต่ละหน่วยงานนำมาเสนอยังไม่ตรงกัน รวมทั้งได้หารือกับสำนักงบประมาณให้ บูรณาการงบประมาณของกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง และโครงการเอสเอ็มแอล เพื่อให้เกิดประโยชน์ มากที่สุดต่อชาวบ้าน ส่วนการเพิ่มขนาดของหมู่บ้านเอสเอ็มแอลคงไม่สามารถดำเนินการในปีงบประมาณนี้ เพราะต้องจัดสรรเงินงบประมาณเท่าที่มีในปีนี้ให้เพียงพอกับหมู่บ้านตามขนาดที่มีอยู่เดิมก่อน 
      ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำนักงบประมาณได้รายงานการใช้เงินจากโครงการอยู่ดีมีสุขล่าสุดเมื่อวันที่ 19 มี.ค. 2551 มีการใช้เงินไปแล้ว 6,371 ล้านบาท จึงมีเงินเหลืออยู่ 8,763 ล้านบาท ซึ่งจะต้องยุติโครงการอยู่ดีมีสุขแล้วนำงบประมาณที่เหลือส่งคืนกระทรวงการคลัง ก่อนทำเรื่อง เพื่อขอใช้งบประมาณในโครงการเอสเอ็มแอล นอกจากนี้ ยังพบว่าหลังจากที่รัฐบาลได้ประกาศนโยบายว่าจะมีการโยกงบจากโครงการอยู่ดีมีสุขไปให้โครงการเอสเอ็มแอล ปรากฏว่าบรรดาผู้ว่าราชการต่างขอเบิกงบประมาณจำนวนมาก จะเห็นได้จากยอดเงินคงเหลือที่ในเดือน ก.พ.ยังเหลืออยู่กว่า 9,000 ล้านบาท แต่จนถึงวันที่ 19 มี.ค. มียอดเหลืออยู่กว่า 8,700 ล้านบาท ผิดจากเดิมที่จะมีการเบิกงบประมาณเฉลี่ยเดือนละไม่กี่ร้อยล้านบาทเท่านั้น. 

 
หนังสือพิมพ์ : ไทยรัฐ  ฉบับประจำวันศุกร์   ที่  21  มีนาคม  2551
 
อัดเงินผ่านเอสเอ็มแอล-พักหนี้ รอบแรกกว่าหมื่นล้าน-ถึงรากหญ้าเดือน เม.ย.นี้

     รัฐบาลเร่งมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก ใส่เงินผ่านโครงการเอสเอ็มแอล พักหนี้เกษตรกรและกองทุนหมู่บ้านรอบแรกกว่าหมื่นล้าน เริ่มเดือนเมษายนนี้ ชงเข้า ครม.วันที่ 25 มีนาคมนี้ เดินแผนเพิ่มรายได้เปิดอบรมฝึกอาชีพราคาถูก
ดร.ปานปรีย์ พหิทธานุกร ที่ปรึกษา นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยหลังการประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการกระตุ้นเศรษฐกิจรากหญ้าว่า ที่ประชุมได้พิจารณามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ    รากหญ้าหลายโครงการ โดยเฉพาะโครงการเร่งด่วนของรัฐบาล ได้แก่ การจัดสรรงบประมาณแก่โครงการเอสเอ็มแอล       และโครงการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ ซึ่งได้มอบให้สำนักงานงบประมาณไปพิจารณาหาแนวทางโยกงบกลาง ที่รัฐบาลชุดก่อนจัดสรรไว้ 1.5 หมื่นล้านบาท มาใช้ในโครงการเอสเอ็มแอลโดยไม่ขัดต่อกฎหมาย
     แหล่งข่าวจากที่ประชุม กล่าวว่า ในเบื้องต้นแต่ละหน่วยงานจะเริ่มเดินหน้าโครงการต่างๆ ได้ภายในเดือนเมษายนนี้   โดย ธ.ก.ส.จะเริ่มโครงการพักหนี้ให้แก่เกษตรกรเป็นโครงการแรก ส่วนโครงการธนาคารประชาชน โครงการกองทุนหมู่บ้าน และโครงการเอสเอ็มแอลจะเริ่มหลังเทศกาลสงกรานต์ซึ่งหากรวมวงเงินที่รัฐบาลจัดสรรให้แก่โครงการเอสเอ็มแอลและโครงการกองทุนหมู่บ้าน จะเป็นเม็ดเงินใหม่ลงสู่รากหญ้าประมาณ 10,363 ล้านบาท
     ด้าน นพ.สุรพงษ์กล่าวในงานสัมมนา “ชวดนี้ไม่ชวด” โดยปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “นโยบายของรัฐต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจของชาติ” ว่า ในการประชุมคณะกรรมการพัฒนากองทุนหมู่บ้านและชุมชน วันที่ 21 มีนาคมนี้ จะดูถึงรายละเอียดวิธีดำเนินการผลักดันงบประมาณให้ถึงประชาชนระดับฐานราก โดยจะพิจารณาควบคู่กับการดำเนินการของ ธ.ก.ส.ที่จะพักหนี้ 3 ปีให้เกษตรกรที่เป็นเอ็นพีแอล รวมทั้งควบคู่กับการดำเนินการของ ธ.ก.ส.และธนาคารออมสินที่จะปล่อยกู้แก่กองทุนหมู่บ้าน  เมื่อได้ข้อสรุปจะนำเสนอที่ประชุม ครม.ในวันที่ 25 มีนาคมนี้
     "เม็ดเงินที่จะเข้าระบบฐานรากเบื้องต้นจะมาจากโครงการเอสเอ็มแอล 15,000 ล้านบาท และพักหนี้เกษตรกร 1,000 ล้านบาท กองทุนหมู่บ้านอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งปลายเดือนเมษายนก็จะลงสู่ประชาชนและทยอยเต็มที่ในเดือนมิถุนายน เชื่อว่าเม็ดเงินรอบแรกจะทำให้สร้างรายได้เกิดการหมุนเวียน 2-3 รอบในระยะเวลาหนึ่งปี ซึ่งจะเป็นแรงกระตุ้นในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้อีกทางหนึ่ง" นพ.สุรพงษ์ กล่าว
     นพ.สุรพงษ์กล่าวว่า แนวทางที่ดีในการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจระยะยาว จะต้องทำให้ประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้น เพื่อให้เกิดความสมดุลกับค่าใช้จ่าย ดังนั้น ในสัปดาห์หน้ารัฐบาลจะเสนอมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจชุดใหม่ต่อ ครม. โดยจัดทำโครงการฝึกอบรมแก่ทุกกลุ่มบุคคลที่ต้องการเสริมความรู้ ฝึกทักษะ เพื่อเป็นแนวทางหารายได้เสริม

หนังสือพิมพ์ :คม ชัด ลึก ฉบับวันศุกร์ ที่ 21 มีนาคม 2551
 
รัฐตั้งหมู่บ้าน "เอ็กซ์แอล" อัดฉีดเงิน

           รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า ในวันที่ 20 มี.ค. นี้ นายสุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกฯ และ รมว.คลัง จะเรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับนโยบายเศรษฐกิจระดับรากหญ้าทั้งหมด ทั้งธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารออมสิน กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง โครงการพัฒนาศักยภาพของหมู่บ้านและชุมชน (เอสเอ็มแอล) ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง สำนักงบประมาณ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เพื่อสรุปรายละเอียดทั้งหมดเกี่ยวกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจชุดที่ 3 โดยเฉพาะเรื่องจำนวนเงินที่จะอัดฉีดลงสู่ระดับรากหญ้า ก่อนเสนอให้ที่ประชุม ครม.พิจารณาเห็นชอบในสัปดาห์หน้า

          นอกจากนี้ยังมีเรื่องของระยะเวลาในการเปิดตัวโครงการและดำเนินโครงการ ซึ่งคาดว่าทุกโครงการจะเริ่มเปิดตัวในต้นเดือน เม.ย. นี้ ทั้งการพักหนี้เกษตรกร กองทุนหมู่บ้าน และเอสเอ็มแอล โดยเฉพาะเอสเอ็มแอล ถ้าได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการเอสเอ็มแอล ที่จะมีขึ้นเป็นครั้งแรก ในวันศุกร์ที่ 21 มี.ค. นี้

          รวมทั้งจะเสนอให้เพิ่มขนาดหมู่บ้านเอ็กซ์แอล ขึ้นด้วย ในหมู่บ้านที่มีประชากรตั้งแต่ 1,500-3,000 คน และจะได้รับการจัดสรรเงินประมาณ 350,000-400,000 บาท จากเดิมที่มีเพียงขนาดเอส ที่ได้รับเงิน 200,000 บาท ขนาดเอ็ม ได้ 250,000 บาท และขนาดแอล ได้รับ 300,000 บาท เท่านั้น เพื่อให้การอัดฉีดเงินงบประมาณ เข้าสู่รากหญ้าทำได้รวดเร็วและครอบคลุมถึงประชาชนมากยิ่งขึ้น

         ทั้งนี้ล่าสุดกระทรวงการคลังได้รายงานให้ทราบว่าจำนวนเงินในโครงการอยู่ดีมีสุขที่ยังไม่ได้เบิกจ่ายนั้นมีอยู่ประมาณ 9,000 ล้านบาท ขณะที่ สศช.รายงานว่ามีค้างอยู่ 3,500 ล้านบาท ดังนั้นจึงต้องตรวจสอบจำนวนเงินที่เหลืออยู่ให้ชัดเจน ก่อนนำมาจัดสรรให้ชัดเจนต่อไป ซึ่งคาดว่าหมู่บ้านแต่ละแห่งจะได้รับการจัดสรรเงินตั้งแต่เดือน ก.ค. นี้ เป็นต้นไป

          “เมื่อเปิดตัวโครงการอย่างเป็นทางการในเดือน เม.ย. นี้ แล้วจะเปิดให้หมู่บ้านจัดทำประชาคมเพื่อเสนอโครงการให้คณะกรรมการอนุมัติภายในเดือน พ.ค.-มิ.ย. นี้ จากนั้นจะให้ ธ.ก.ส. และออมสิน โอนเงินไปให้แต่ละหมู่บ้านได้ตั้งแต่เดือน ก.ค. นี้ เป็นต้นไป โดยยืนยันว่าเงินงบประมาณที่แต่ละหมู่บ้านได้รับการจัดสรรนั้นต้องเป็นโครงการที่เกิดจากความคิดความต้องการของประชาชนในหมู่บ้านเท่านั้น ไม่ได้เกิดจากความคิดของส่วนราชการแล้วนำไปให้หมู่บ้าน เพื่อให้การใช้เงินเกิดประโยชน์และตรงกับความต้องการของหมู่บ้านมากที่สุด”

          รายงานข่าวกล่าวด้วยว่า ผลการดำเนิน งานของเอสเอ็มแอล ล่าสุดจากการสำรวจของ มหาวิทยาลัยนเรศวรพบว่า ประชาชนประมาณ 90% ที่พอใจการดำเนินโครงการเอสเอ็มแอลอย่างมาก ขณะที่ผลการดำเนินงานในช่วงที่ผ่านมาพบว่างบประมาณที่ได้รับนั้นประชากรนำไปใช้ในโครงการสวัสดิการชุมชน มากถึง 57,738 โครงการ หรือคิดเป็น 38% รองลงมาได้แก่โครงการด้านสาธารณูปโภค เช่น ไฟฟ้า ประปา จำนวน 51,505 โครงการ หรือ 33% นอกจากนี้ยังนำไปใช้ในด้านโครงการเกษตร 13,024 โครง การ เป็นต้น.

หนังสือพิมพ์ :  ไทยรัฐ  ฉบับ วันพฤหัสบดี  ที่ 20 มีนาคม 2551

 
คลังไขก๊อก 3 กระตุ้นเศรษฐกิจ

รวบงบฯหน่วยงานรัฐปลุกรากหญ้าเปิดตัวทุกโครงการฉลองสงกรานต์

      รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า ในวันที่ 20 มี.ค. นี้ นายสุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกฯ และ รมว.คลัง จะเรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับนโยบายเศรษฐกิจระดับรากหญ้าทั้งหมด ทั้งธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารออมสิน กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง โครงการพัฒนาศักยภาพของหมู่บ้านและชุมชน (เอสเอ็มแอล) ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง สำนักงบประมาณ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เพื่อสรุปรายละเอียดทั้งหมดเกี่ยวกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจชุดที่ 3 โดยเฉพาะเรื่องจำนวนเงินที่จะอัดฉีดลงสู่ระดับรากหญ้า ก่อนเสนอให้ที่ประชุม ครม.พิจารณาเห็นชอบในสัปดาห์หน้า

      นอกจากนี้ยังมีเรื่องของระยะเวลาในการเปิดตัวโครงการและดำเนินโครงการ ซึ่งคาดว่าทุกโครงการจะเริ่มเปิดตัวในต้นเดือน เม.ย. นี้ ทั้งการพักหนี้เกษตรกร กองทุนหมู่บ้าน และเอสเอ็มแอล โดยเฉพาะเอสเอ็มแอล ถ้าได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการเอสเอ็มแอล ที่จะมีขึ้นเป็นครั้งแรก ในวันศุกร์ที่ 21 มี.ค. นี้

      รวมทั้งจะเสนอให้เพิ่มขนาดหมู่บ้านเอ็กซ์แอล ขึ้นด้วย ในหมู่บ้านที่มีประชากรตั้งแต่ 1,500-3,000 คน และจะได้รับการจัดสรรเงินประมาณ 350,000-400,000 บาท จากเดิมที่มีเพียงขนาดเอส ที่ได้รับเงิน 200,000 บาท ขนาดเอ็ม ได้ 250,000 บาท และขนาดแอล ได้รับ 300,000 บาท เท่านั้น เพื่อให้การอัดฉีดเงินงบประมาณ เข้าสู่รากหญ้าทำได้รวดเร็วและครอบคลุมถึงประชาชนมากยิ่งขึ้น

      ทั้งนี้ล่าสุดกระทรวงการคลังได้รายงานให้ทราบว่าจำนวนเงินในโครงการอยู่ดีมีสุขที่ยังไม่ได้เบิกจ่ายนั้นมีอยู่ประมาณ 9,000 ล้านบาท ขณะที่ สศช.รายงานว่ามีค้างอยู่ 3,500 ล้านบาท ดังนั้นจึงต้องตรวจสอบจำนวนเงินที่เหลืออยู่ให้ชัดเจน ก่อนนำมาจัดสรรให้ชัดเจนต่อไป ซึ่งคาดว่าหมู่บ้านแต่ละแห่งจะได้รับการจัดสรรเงินตั้งแต่เดือน ก.ค. นี้ เป็นต้นไป

      “เมื่อเปิดตัวโครงการอย่างเป็นทางการในเดือน เม.ย. นี้ แล้วจะเปิดให้หมู่บ้านจัดทำประชาคมเพื่อเสนอโครงการให้คณะกรรมการอนุมัติภายในเดือน พ.ค.-มิ.ย. นี้ จากนั้นจะให้ ธ.ก.ส. และออมสิน โอนเงินไปให้แต่ละหมู่บ้านได้ตั้งแต่เดือน ก.ค. นี้ เป็นต้นไป โดยยืนยันว่าเงินงบประมาณที่แต่ละหมู่บ้านได้รับการจัดสรรนั้นต้องเป็นโครงการที่เกิดจากความคิดความต้องการของประชาชนในหมู่บ้านเท่านั้น ไม่ได้เกิดจากความคิดของส่วนราชการแล้วนำไปให้หมู่บ้าน เพื่อให้การใช้เงินเกิดประโยชน์และตรงกับความต้องการของหมู่บ้านมากที่สุด”

      รายงานข่าวกล่าวด้วยว่า ผลการดำเนิน งานของเอสเอ็มแอล ล่าสุดจากการสำรวจของ มหาวิทยาลัยนเรศวรพบว่า ประชาชนประมาณ 90% ที่พอใจการดำเนินโครงการเอสเอ็มแอลอย่างมาก ขณะที่ผลการดำเนินงานในช่วงที่ผ่านมาพบว่างบประมาณที่ได้รับนั้นประชากรนำไปใช้ในโครงการสวัสดิการชุมชน มากถึง 57,738 โครงการ หรือคิดเป็น 38% รองลงมาได้แก่โครงการด้านสาธารณูปโภค เช่น ไฟฟ้า ประปา จำนวน 51,505 โครงการ หรือ 33% นอกจากนี้ยังนำไปใช้ในด้านโครงการเกษตร 13,024 โครง การ เป็นต้น.

 
หนังสือพิมพ์ :  เดลินิวส์  ฉบับ วันพฤหัสบดี ที่ 20 มีนาคม 2551
 
อัดฉีดเม็ดเงิน 1.5 หมื่นล้าน
โครงการเอสเอ็มแอล ผลักเศรษฐกิจโต 6%

รัฐบาลประกาศมาตรการกระตุ้นรากหญ้าดันเศรษฐกิจโต 6% ชี้อัดฉีดเงินเข้าเอสเอ็มแอล 15,000 ล้านบาท ประกาศพักหนี้เกษตรกรที่เป็นหนี้เน่าเฉพาะราย ดันเพิ่มศักยภาพกองทุนหมู่บ้าน คลังเร่งออกพันธบัตรอีก 90,000 ล้านบาท “มิ่งขวัญ” ออกมาตรการด่วน สั่งห้ามส่งออกหมูไปต่างประเทศ ดัดหลังพ่อค้ารายใหญ่ เพื่อแก้ปัญหาราคาในประเทศที่ยังวิกฤติ ชี้ต้นเหตุทำราคาหมูแพง ยอมซื้อเวลาถก 5 กระทรวง ลดภาษีกากถั่วเหลือง หวั่นเกิดผลกระทบอุตสาหกรรมอื่น ด้านเซเว่นฯรับลูกลดสินค้า 16 รายการวันจันทร์นี้ก่อนขยับลดอีก 100 รายการใน เดือน เม.ย.นี้

ที่กระทรวงการคลัง เวลา 18.15 น. วันที่ 14 มี.ค. นายสุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกฯและรมว.คลัง เปิดเผยว่า ภายในปลายเดือน มี.ค. รัฐบาลจะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งที่ 3 ที่เน้นเรื่องการช่วยเหลือประชาชนในระดับรากหญ้า ผ่านโครงการพัฒนาศักยภาพหมู่บ้านและชุมชนหรือเอสเอ็มแอล ที่จะนำเงินจากโครงการอยู่ดีมีสุขที่มีอยู่กว่า 15,000 ล้านบาทมาอัดฉีดให้กับหมู่บ้านแต่ละแห่ง เพื่อนำเงินที่ได้รับไปพัฒนาศักยภาพของหมู่บ้านโดยเน้นเรื่องการพัฒนาอาชีพ การจัดหาเครื่องไม้เครื่องมือไปใช้ประกอบอาชีพ การจัดทำยุ้งฉาง ทำลานตาก เป็นต้น ซึ่งจะช่วยทำให้เกิดเงินหมุนเวียนขึ้นในระบบเศรษฐกิจรากหญ้า คาดว่าจะเริ่มดำเนินโครงการได้ช่วงกลางเดือน เม.ย.นี้ ที่เป็นเทศกาลสงกรานต์

นอกจากนี้ จะมีโครงการส่งเสริมกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง เพื่อให้เกิดการกู้ลงทุนมากขึ้น โดยจะพิจารณาจากกองทุนที่มีการบริหารจัดการที่ดี เพื่อพัฒนาขีดความสามารถ ด้านต่าง ๆ ซึ่งได้มอบหมายให้ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน และธนาคารอาคารสงเคราะห์เป็นพี่เลี้ยง เพื่อช่วยดูระบบบัญชี เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งและคุณภาพชีวิตของคนในหมู่บ้านให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น รวมทั้งได้หารือกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ที่จะพักชำระหนี้ให้กับเกษตรกรอีกครั้งโดยเน้นไปที่เกษตรกรที่มีปัญหาเป็นเอ็นพีแอลเท่านั้น โดยกำลังรวบรวมในรายละเอียดทั้งหมด รวมทั้งจะเร่งผลักดันงบประมาณรายจ่ายที่ยังค้างอยู่ที่ส่วนราชการ ต่าง ๆ รวมถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อให้มีเงินออกมาหมุนเวียนในระบบเพิ่มมากขึ้น ซึ่งมั่นใจว่ามาตรการที่ออกมาจะทำให้เศรษฐกิจไทยเติบโตได้ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ที่ 6% แน่นอน

นายสุรพงษ์ กล่าวด้วยว่า จะเร่งหาวิธีการสร้างรายได้เพิ่มให้กับทุกภาคส่วน หลังราคาน้ำมันไม่มีแนวโน้มลดลง ทำให้ประชาชนมีรายจ่ายเพิ่มขึ้น ซึ่งรัฐบาลมีเป้าหมายเพิ่มรายได้ให้คนในสังคมทุกระดับ เช่น ภาคเกษตรว่าจะมียุทธ ศาสตร์อย่างไร กลุ่มผู้ใช้แรงงาน การพัฒนาฝีมือผู้ใช้แรงงาน และทักษะต่าง ๆ พร้อมทั้งจะเร่งพัฒนาอุตสาหกรรมที่มีอนาคต เช่น อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ซึ่งเตรียมเข้าไปหารือกับ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬาในเร็ว ๆ นี้

ด้านนายพงษ์ภาณุ เศวษตรุนทร์ ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) กล่าวว่า ภายในเดือน มิ.ย.นี้ กระทรวงการคลัง เตรียมออกพันธบัตรเพื่อนำมาชดเชยงบประมาณปี 51 อีกจำนวน 92,550 ล้านบาท และในเดือนเม.ย.นี้ จะออกพันธบัตรออมทรัพย์พิเศษ 12,000 ล้านบาท เพื่อขายให้กับประชาชนทั่วไปเพื่อเป็นทางเลือกในการออมเงิน รวมทั้งจะออกพันธบัตรระยะยาวอายุ 30 ปี อีก 5,000 ล้านบาท เพื่อนำมาใช้ในโครงการเมกะโปรเจคท์ด้วย ซึ่งการกู้เงินด้วยการออกพันธบัตรทั้งหมดจะไม่มีปัญหาต่อฐานะการคลังของประเทศแน่นอน

 
      Go To Top << Back