ค้นหา :
เกี่ยวกับกองทุนหมู่บ้าน     ประชาสัมพันธ์    ความเคลื่อนไหว  ข่าวสารกองทุนหมู่บ้าน  
   หน้า 2/53          
นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่อุบลราชธานี ติดตามโครงการบริหารจัดการน้ำ และภาคการเกษตร รวมทั้งการดำเนินนโยบายด้านเศรษฐกิจของรัฐบาล
     เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2558 นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อประชุมกรอ.ตรวจการบริหารจัดการน้ำ และการดำเนินนโยบายการขับเคลื่อนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล พร้อมตรวจเยี่ยมการดำเนินนโยบายกองทุนหมู่บ้าน โรงสีหมู่บ้าน สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง และตลาดประชารัฐ และเยี่ยมชมกลุ่มอาชีพของสมาชิกกองทุนหมู่บ้าน ณ บ้านยางกะเดา ต.ท่าเมือง อ.ดอนมดแดง จ.อุบลราชธานี
 
การประชุมคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (กทบ.) ครั้งที่ 6/2558

     การประชุมคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (กทบ.)  ครั้งที่ 6/2558 เมื่อวันพุธที่ 25 พฤศจิกายน 2558 ณ ห้องประชุมคณะรัฐมนตรี ชั้น 2 ทำเนียบรัฐบาล  ซึ่งมีนายสุวพันธุ์  ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ เป็นประธานในที่ประชุม สรุปสาระสำคัญ ได้ดังนี้

     1.ที่ประชุมได้รับทราบการดำเนินงานโครงการเพิ่มศักยภาพกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองตามมาตรการสนับสนุนและพัฒนากองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง โดยสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.) ธนาคารออมสิน และ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ได้ร่วมกันขับเคลื่อนการดำเนินงานโครงการฯ ดังกล่าวอย่างต่อเนื่องมาตลอด และมีผลการดำเนินงานปรากฏข้อมูล ณ วันที่ 20 พฤศจิกายน 2558 ได้มีการสนับสนุนให้สินเชื่อแก่กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองตามโครงการฯ ไปแล้วจำนวน 8,091 กองทุน เป็นเงิน 11,160 ล้านบาท โดยแยกเป็น ธนาคารออมสิน จำนวน 4,407 กองทุน เป็นเงิน 7,311 ล้านบาท ธ.ก.ส. จำนวน 3,684 กองทุน เป็นเงิน 3,860 ล้านบาท
     2. ที่ประชุมได้รับทราบการดำเนินงานตามมาตรการส่งเสริมความเป็นอยู่ระดับหมู่บ้านโดยให้สินเชื่อกับกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองที่ผ่านการประเมินศักยภาพการดำเนินงานปี 2555 ของสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง (สทบ.) ในระดับดีมาก (A) และระดับดี (B) กองทุนละไม่เกิน 1 ล้านบาท กำหนดวงเงิน 60,000 ล้านบาท ประกอบด้วยวงเงินสินเชื่อของธนาคารออมสิน 30,000 ล้านบาท และวงเงินสินเชื่อของ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร   (ธ.ก.ส.) 30,000 ล้านบาท ซึ่งปรากฏว่าได้มีกองทุนมายื่นเสนอ จำนวน 50,050 กองทุน (ร้อยละ 83.59) ได้มีการอนุมัติสินเชื่อกับกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง  โดยแยกเป็นธนาคารออมสินจำนวน 25,427 กองทุน วงเงิน 25,272.00 ล้านบาท  ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จำนวน 20,739 กองทุน วงเงิน 20,225.00 ล้านบาท และมีสมาชิกไว้รับประโยชน์จากโครงการโดยการกู้เงิน จำนวน 2,893,351 ราย/ครอบครัว (ครอบครัวละ 1 ราย)
     3. ที่ประชุมได้รับทราบการประเมินศักยภาพและประสิทธิภาพการดำเนินงานกองทุนชุมชนทหาร ปี 2558 โดยมีกองทุนชุมชนทหารทั่วประเทศ จำนวน 738 กองทุน โดยในส่วนกรมกำลังพลทหารบกได้มีกาารประเมินศักยภาพและประสิทธิภาพการดำเนินงานกองทุนชุมชนทหารแล้ว จำนวน 75 กองทุน ในส่วนกองบัญชาการกองทัพไทย กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ อยู่ระหว่างดำเนินการประเมินฯ
     4. ที่ประชุมได้พิจารณามาตรการและแผนการฟื้นฟูเพื่อสนับสนุนการเพิ่มทุนกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง ระยะที่ 3 ช่วงที่ 2 โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นกองทุนหมู่บ้านคงเหลือที่ยังไม่ได้รับการจัดสรรเพิ่มทุนจำนวน 16,091 กองทุน เพื่อสอบทานความต้องการ ความพร้อมในการเพิ่มทุน และการพัฒนาศักยภาพของกองทุนด้วยกระบวนการซ่อมและสร้างระบบการบริหารจัดการกองทุนหมู่บ้านฯ ทั้งด้านศักยภาพและประสิทธิภาพในการดำเนินงาน ระยะเวลา 3 เดือน ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2558-เดือนกุมภาพันธ์ 2559  โดยจัดกลุ่มดังนี้
     • กลุ่มที่ 1:  กองทุนหมู่บ้านฯที่ยื่นขอเพิ่มทุนแล้ว และจะต้องดำเนินการแก้ไข ปรับปรุงฯ  จำนวน
1,162 กองทุน  เป็นกองทุนหมู่บ้านฯ ที่มีปัญหาด้านบริหารจัดการกองทุน  จำนวน 939 กองทุน  และเป็นกองทุนที่มีปัญหาด้านการเงิน จำนวน 223 กองทุน
     • กลุ่มที่ 2:   กองทุนหมู่บ้านฯ ที่ได้รับการประเมินศักยภาพในระดับดีมาก(A) และระดับดี(B) จำนวน
4,794 กองทุน
     • กลุ่มที่ 3:   กองทุนหมู่บ้านฯ ที่ได้รับการประเมินศักยภาพในระดับปานกลาง(C)  ระดับต้องปรับปรุง
(D)จำนวน 8,810 กองทุน
     • กลุ่มที่ 4:   กองทุนหมู่บ้านฯที่ไม่ได้มีการประเมินศักยภาพ จำนวน 587. กองทุน
     • กลุ่มที่ 5:   กองทุนชุมชนทหาร  จำนวน 738 กองทุน
     5. ที่ประชุมได้พิจารณาการขอให้กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองในระดับปานกลาง (C) และระดับปรับปรุง (D)    จำนวน 6,859 กองทุน ได้เข้าร่วมมาตรการส่งเสริมความเป็นอยู่ระดับหมู่บ้าน โดยมีคุณสมบัติ ดังนี้
1. เป็นกองทุนที่ได้รับการเพิ่มทุนระยะที่ 3 แล้ว
2. เป็นกองทุนที่มีการดำเนินงานหรือปรับปรุงพัฒนาการดำเนินงานตามแผนการฟื้นฟูของ สทบ. และตาม
เกณฑ์ตัวชี้วัดการสนับสนุนเพิ่มทุนกองทุนหมู่บ้านฯ ระยะที่ 3
และในที่ประชุมได้พิจารณาการขอเสนอให้ขยายเวลาการดำเนินงานมาตรการส่งเสริมความเป็นอยู่ระดับหมู่บ้านออกไปถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2559 เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรการและแผนการฟื้นฟูเพื่อสนับสนุนการเพิ่มทุนกองทุนหมู่บ้านและและชุมชนเมือง ระยะที่ 3 ช่วงที่ 2
     6. ที่ประชุมได้เห็นชอบในหลักการ ให้กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง สามารถใช้เงินประกันความเสี่ยงที่สะสมไว้ มาเป็นค่าดำเนินงานโครงการตามมาตรการส่งเสริมความเป็นอยู่ระดับหมู่บ้าน โดยให้ใช้ได้ในวงเงินไม่เกินร้อยละ 10 ของเงินประกันความเสี่ยงที่สะสมไว้ในแต่ละกองทุน และจะต้องใช้มติของสมาชิกไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งในการกำหนดแนวทางการใช้เงินดังกล่าวของแต่ละกองทุน
     7. ที่ประชุมได้เห็นชอบ และอนุมัติการจัดสรรงบประมาณ ภายใต้โครงการสำคัญ ดังนี้
     1.1 อนุมัติจัดสรรและโอนเงินเพิ่มทุนให้กับกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองที่เป็นไปตามหลักการเพิ่มทุนฯ ระยะที่ 3 ครั้งที่ 9 (เดือนสิงหาคม) จำนวน 2,475 กองทุน เป็นเงิน 2,475,000,000.-บาท (สองพันสี่ร้อยเจ็ดสิบห้าล้านบาทถ้วน)
     1.2 อนุมัติจัดสรรโอนเงิน 1 ล้านบาท สำหรับกองทุนชุมชนเมืองจัดตั้งใหม่ ครั้งที่ 6 จำนวน จำนวน 2
ชุมชน วงเงิน 2 ล้านบาท
     1.3 อนุมัติการจัดสรรงบประมาณให้กับหมู่บ้านและชุมชนตามโครงการพัฒนาศักยภาพของหมู่บ้านและ
ชุมชน(SML) จำนวน 4 แห่ง งบประมาณ 1.700 ล้านบาท (หนึ่งล้านเจ็ดแสนบาทถ้วน)

 
จังหวัดพะเยาจัดโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการกองทุนหมู่บ้านฯ
     เมื่อวันอังคารที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๕๘ ณ ห้องภูกามยาว ชั้น ๕ ศาลากลางจังหวัดพะเยา นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา ได้เป็นประธานเปิดโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง แก่คณะอนุกรรมการสนับสนุนฯระดับจังหวัด เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน เครือข่ายกองทุนหมู่บ้านฯระดับตำบล และเจ้าหน้าที่เครือข่ายกองทุนหมู่บ้าน รวมผู้เข้าร่วมจำนวน ๑๕๑ คนโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อทบทวน วิเคราะห์ผลการดำเนินงานตลอดจนกำหนดแนวทางให้กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองใช้เป็นแนวทางบริหารงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และให้คณะอนุกรรมการสนับสนุนระดับจังหวัด/อำเภอ ตลอดจนเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าใจแนวทาง ที่กำหนดเป็นไปในทิศทางเดียวกัน สามารถให้คำแนะนำในการบริหารงานแก่คณะกรรมการและสมาชิกกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองได้อย่างมีเอกภาพ
 
มาตรการส่งเสริมความเป็นอยู่ของประชาชนผู้มีรายได้น้อย และมาตรการกระตุ้นการลงทุนขนาดเล็กของรัฐบาลทั่วประเทศ
     เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2558 ที่เมืองทองธานี พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดปฏิบัติการ “มาตรการส่งเสริมความเป็นอยู่ของประชาชนผู้มีรายได้น้อย และมาตรการกระตุ้นการลงทุนขนาดเล็กของรัฐบาลทั่วประเทศ” จำนวน 3 มาตรการ รวมวงเงิน 1.36 แสนล้านบาท ซึ่งที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2558 ให้ความเห็นชอบไปแล้ว ประกอบด้วย
     1.มาตรการส่งเสริมความเป็นอยู่ระดับหมู่บ้าน เพิ่มทุนแก่กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง (กองทุนหมู่บ้านฯ) ที่ได้รับการจัดชั้นเป็นกองทุนระดับ A และ B กองทุนละไม่เกิน 1 ล้านบาท โดยมีเงื่อนไขห้ามนำไป Refinance หนี้เดิม กำหนดระยะเวลาชำระหนี้คืนภายใน 7 ปี โดย 2 ปีแรกให้เป็นช่วงเวลาปลอดดอกเบี้ย รวมวงเงิน 60,000 ล้านบาท โดยธนาคารออมสินและธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) รับผิดชอบวงเงินธนาคารละ 30,000 ล้านบาท
     2.มาตรการส่งเสริมความเป็นอยู่ระดับตำบล ให้กระทรวงมหาดไทย (มท.) จัดสรรงบประมาณให้ทุกตำบล ตำบลละ 5 ล้านบาท (ทั้งหมด 7,255 ตำบล) รวมวงเงิน 36,275 ล้านบาท เพื่อนำไปลงทุนและจ้างงานในท้องถิ่น โดยต้องเบิกจ่ายเงินให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2558
     3.มาตรการกระตุ้นการลงทุนขนาดเล็กทั่วประเทศ เร่งรัดผลักดันโครงการขนาดเล็กที่มีมูลค่าไม่เกิน 1 ล้านบาท โดยให้ลงนามในสัญญาและเบิกจ่ายเงินภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2558
 
การประชุมคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ ครั้งที่ 5/2558
     ในการประชุมคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (กทบ.) ครั้งที่ 5/2558 วันพุธที่ 9 กันยายน 2558 ณ ห้องประชุม 301 ชั้น 3 ตึกบัญชาการ 1 ซึ่งมีนายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ เป็นประธานในที่ประชุม สรุปสาระสำคัญ ดังนี้
     1.อนุมัติหลักการจัดสรรโอนเงิน 1 ล้านบาท สำหรับกองทุนชุมชนมืองจัดตั้งใหม่ ครั้งที่ 5 จำนวน 5 ชุมชน วงเงิน 5.00 ล้านบาท
     2.ที่ประชุมได้รับทราบการดำเนินงานโครงการเพิ่มศักยภาพกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองตามมาตรการสนับสนุนและพัฒนากองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง โดยสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.) ธนาคารออมสิน และ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ได้ร่วมกันขับเคลื่อนการดำเนินงานโครงการฯ ดังกล่าวอย่างต่อเนื่องมาตลอด และมีผลการดำเนินงานปรากฏข้อมูล ณ วันที่ 31 สิงหาคม 2558 ได้มีการสนับสนุนให้สินเชื่อแก่กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองตามโครงการฯ ไปแล้ว จำนวน 7,393 กองทุน เป็นเงิน 10,260.72 ล้านบาท โดยแยกเป็นธนาคารออมสิน จำนวน 3,709 กองทุน เป็นเงิน 6400.72 ล้านบาท ธ.ก.ส. จำนวน 3,684 กองทุน เป็นเงิน 3,860 ล้านบาท
     3.เห็นชอบการดำเนินการตามมาตรการส่งเสริมความเป็นอยู่ระดับหมู่บ้าน โดยให้สินเชื่อกับกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองที่ผ่านการประเมินศักยภาพการดำเนินงานปี 2555 ของสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง (สทบ.) ในระดับดีมาก (A) และระดับดี (B) กองทุนละไม่เกิน 1 ล้านบาท โดยมีเงื่อนไขไม่ให้กองทุนหมู่บ้านฯ Refinance หนี้เดิม เพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินงานให้กับกองทุนหมู่บ้านฯ กำหนดวงเงิน 60,000 ล้านบาท ประกอบด้วยวงเงินสินเชื่อของธนาคารออมสิน 30,000 ล้านบาท และวงเงินสินเชื่อของ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) 30,000 ล้านบาท ทั้งนี้ กองทุนหมู่บ้านฯ ต้องนำหลักฐานการขอสินเชื่อจากสมาชิกกองทุนหมู่บ้านฯ เพื่อประกอบการเบิกเงินกู้จากธนาคารออมสิน หรือ ธ.ก.ส. และกำหนดให้ธนาคารออมสิน และ ธ.ก.ส. ให้สินเชื่อกับกองทุนหมู่บ้านฯ ระยะเวลา 7 ปี นับจากวัน    ลงนามในนิติกรรมสัญญา และดำเนินการทำนิติกรรมสัญญาให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2558 โดยมีเงื่อนไขอัตราดอกเบี้ยปีที่ 1 – 2 ในอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0 ต่อปี  ปีที่ 3 – 7 ในอัตราดอกเบี้ยเท่ากับต้นทุนทางการเงิน (Financing Cost) บวกด้วยร้อยละ 1.0 ต่อปี และกำหนดให้กองทุนหมู่บ้านฯ ให้สินเชื่อกับสมาชิกกองทุนหมู่บ้านฯ โดยมีเงื่อนไขอัตราดอกเบี้ยปีที่ 1 – 2 ในอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0 ต่อปี ปีที่ 3 – 7 ในอัตราดอกเบี้ยเท่ากับอัตราที่ธนาคารเรียกเก็บจากกองทุนหมู่บ้านฯ
      และที่ประชุมได้เห็นชอบให้ สทบ. จัดทำเอกสาร/คู่มือ ชี้แจงแนวทางการดำเนินการกระบวนการขอสินเชื่อตามมาตรการส่งเสริมความเป็นอยู่ระดับหมู่บ้านเพื่อให้สถาบันการเงิน (ธนาคารออมสิน และ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร) มีแนวปฏิบัติไปในทิศทางเดียวกัน และให้มีการติดตามสนับสนุนการดำเนินการและติดตามประเมินผลการดำเนินมาตรการส่งเสริมความเป็นอยู่ระดับหมู่บ้านตั้งแต่เริ่มดำเนินงานเป็นระยะ เพื่อสรุปผลและนำเสนอแนวทางแก้ไข ปรับปรุงและพัฒนา การดำเนินงานให้ประสบผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่วางไว้
      นอกจากนี้ ที่ประชุมได้เห็นชอบแนวทางการดำเนินงานตามมาตรการส่งเสริมความเป็นอยู่ระดับหมู่บ้าน และเห็นชอบให้ สทบ. จัดกิจกรรมเปิดปฏิบัติการส่งเสริมความเป็นอยู่ระดับหมู่บ้าน โดยนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และมีกลุ่มเป้าหมายผู้เข้าร่วมงานประมาณ 8,000 คน และเห็นชอบ (ร่าง) ประกาศคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ เรื่อง โครงการมาตรการส่งเสริมความเป็นอยู่ระดับหมู่บ้านโดยกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง และมอบให้ฝ่ายเลขานุการนำเสนอประธานกรรมการฯ พิจารณาลงนามต่อไป
     4.เห็นชอบให้ปรับปรุงแก้ไข ระเบียบคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ ว่าด้วยการจัดตั้งและบริหารกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ พ.ศ. 2551 ข้อ 30 และระเบียบคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ ว่าด้วยการจัดตั้งและบริหารกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2555 ข้อ 3 เพื่อให้การดำเนินงานของกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง สามารถตอบสนองความต้องการในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของสมาชิกกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง โดยสมาชิกใหม่ที่เป็นกลุ่มได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนสอดรับมาตรการส่งเสริมความเป็นอยู่ของประชาชนผู้มีรายได้น้อยของรัฐบาล
     ทั้งนี้ สทบ. จะจัดกิจกรรมเปิดปฏิบัติการส่งเสริมความเป็นอยู่ระดับหมู่บ้าน โดยนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน และมีกลุ่มเป้าหมายผู้เข้าร่วมงานประมาณ 8,000 คน ในวันที่ 14 กันยายน 2558 ณ อิมแพ็คอารีน่า เมืองทองธานี
 
การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ
     การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU)ระหว่างสำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดศรีสะเกษกับคณะอนุกรรมการสนับสนุนและติดตามการดำเนินงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง ระดับจังหวัดศรีสะเกษเรื่อง ความร่วมมือในการไกล่เกลี่ยหนี้ค้างชำระ และประนอมข้อพิพาทกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง
     สทบ.สาขา 8 ได้จัดให้มีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ เรื่อง ความร่วมมือในการไกล่เกลี่ยหนี้ค้างชำระ และประนอมข้อพิพาทกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง ระหว่างนายยุทธนา วิริยะกิตติ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ และนาวาอากาศตรีวิจิตร บำรุงกิจอัยการผู้เชี่ยวชาญ สำนักงานอัยการภาค 3 รักษาการในตำแหน่งอัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดี จังหวัดศรีสะเกษ โดยมีนายเสถียร เกตุภูงา รักษาการหัวหน้าสทบ.สาขา 4 ร่วมลงนามเป็นสักขีพยาน ในวันพฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคม 2558 ณ โรงแรมพรหมพิมาน จังหวัดศรีสะเกษ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้ค้างชำระ และปัญหาการยักยอกเงินกองทุนหมู่บ้านโดยใช้กระบวนการไกล่เกลี่ยและประนอมข้อพิพาท ให้กองทุนหมู่บ้านสามารถบริหารจัดการกองทุนต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ
 
การประชุมคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (กทบ.) ครั้งที่ 4/2558 วันพฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม 2558

     ในการประชุมคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (กทบ.)  ครั้งที่ 4/2558 วันพฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม 2558  ณ ห้องประชุม 301 ชั้น 3 ตึกบัญชาการ 1 ซึ่งมีนายสุวพันธุ์  ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการ กทบ. เป็นประธานในที่ประชุม สรุปสาระสำคัญ ดังนี้

1. เรื่อง การอนุมัติงบประมาณภายใต้โครงการสำคัญ
         คณะกรรมการ กทบ.ได้เห็นชอบ และอนุมัติการจัดสรรงบประมาณ ภายใต้โครงการสำคัญ ดังนี้
         1.1 อนุมัติจัดสรรและโอนเงินเพิ่มทุนให้กับกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองที่เป็นไปตามหลักการเพิ่มทุนฯ ระยะที่ 3 ครั้งที่ 8 (เดือนสิงหาคม) จำนวน 768 กองทุน เป็นเงิน 768,000,000.- บาท (เจ็ดร้อยหกสิบแปดล้านบาทถ้วน)
         1.2 อนุมัติจัดสรรโอนเงิน 1 ล้านบาท สำหรับกองทุนชุมชนเมืองจัดตั้งใหม่ ครั้งที่ 4 จำนวน 11 ชุมชน วงเงิน 11 ล้านบาท
         1.3 อนุมัติการจัดสรรงบประมาณให้กับหมู่บ้านและชุมชนตามโครงการพัฒนาศักยภาพของหมู่บ้านและชุมชน(SML) จำนวน 3 แห่ง งบประมาณ 1.200 ล้านบาท (หนึ่งล้านสองแสนบาทถ้วน)

2. เรื่อง การจัดงาน“เพิ่มศักยภาพกองทุนหมู่บ้านฯ : สร้างโอกาส สร้างความสุข ให้หมู่บ้านและชุมชน ในภาคกลาง”
คณะกรรมการ กทบ.ได้เห็นชอบ
ให้ สทบ.จัดงาน“เพิ่มศักยภาพกองทุนหมู่บ้านฯ : สร้างโอกาส สร้างความสุข ให้หมู่บ้านและชุมชนในภาคกลาง” เพื่อประชาสัมพันธ์การดำเนินงานโครงการเพิ่มทุนกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง ระยะที่ 3 และการเผยแพร่ผลการดำเนินงานของกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง และจัดกิจกรรมเผยแพร่ผลงานและองค์ความรู้ และบูรณาการระดับพื้นที่ เพื่อการพัฒนากองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง สู่ความเข้มแข็ง ในช่วงเดือนสิงหาคม 2558

3. เรื่อง การขอความเห็นชอบให้ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยร่วมให้บริการกองทุนหมู่บ้านฯ
คณะกรรมการ กทบ.ได้เห็นชอบ
ให้ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (I bank) เป็นพื้นที่ให้บริการของธนาคารเพิ่มเติมจากธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) และ บมจ.ธนาคารกรุงไทย เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนการดำเนินงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองสำหรับชุมชนมุสลิม ที่มีการบริหารตามหลักศาสนาอิสลาม (ชารีอะฮ์) และ I bank พร้อมที่จะสนับสนุนพัฒนาด้านองค์ความรู้ เกี่ยวกับการบริหารจัดการ การลงทุน การสนับสนุนเชื่อมโยงเครือข่าย และการต่อยอดเงินทุนหมุนเวียนตามความต้องการให้กับกองทุนตามหลักศาสนาอิสลาม


4. เรื่อง โครงการการจัดตั้งสถาบันการเรียนรู้กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองเฉลิมพระเกียรติ
คณะกรรมการ กทบ.ได้เห็นชอบ ให้ สทบ.ดำเนินโครงการจัดตั้งสถาบันการเรียนรู้กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร  พรรษา 63และโครงการจัดตั้งสถาบันการเรียนรู้กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี 60 พรรษา โดยบูรณาการกิจกรรมตามแผนงานโครงการที่ขับเคลื่อนพัฒนากองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง และพัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับประชาชนในหมู่บ้านและชุมชน

5.เรื่อง โครงการธนาคารต้นไม้ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร
  คณะกรรมการ กทบ.ได้เห็นชอบ
ให้ สทบ.ดำเนินโครงการธนาคารต้นไม้ ร่วมกับ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้ประชาชนปลูกต้นไม้ตามแนวทางพระราชดำริ ปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง ในที่ดินของตนเองและชุมชน สร้างกระบวนการมีส่วนร่วมในการจัดการทรัพยากรชุมชนร่วมกัน ซึ่งมีเป้าหมายในการดำเนินงาน 6,800 หมู่บ้าน/ชุมชน ปลูกต้นไม้ยืนต้นเพิ่มไม่น้อยกว่า 2 ล้านต้นต่อปี

6. เรื่อง มาตรการและแผนฟื้นฟูเพื่อสนับสนุนการเพิ่มทุนฯ ระยะ 3
คณะกรรมการ กทบ.ได้เห็นชอบ
  มาตรการและแผนฟื้นฟูเพื่อสนับสนุนการเพิ่มทุนกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง ระยะที่ 3 โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นกองทุนหมู่บ้านฯ คงเหลือที่ยังไม่ได้รับการจัดสรรเพิ่มทุนจำนวน 18,566 กองทุน ตามมาตรการและแผนฟื้นฟูและพัฒนาในระยะเวลา 3 เดือน(สิงหาคม-พฤศจิกายน 2558) ดังนี้
         1. สำรวจปัญหา อุปสรรค ความต้องการและความพร้อมของกองทุนหมู่บ้านฯ ตามแบบรายงาน
ที่สทบ. กำหนด
         2. ดำเนินการแก้ไขปัญหา ตามสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นตามความต้องการ และความพร้อมของกองทุนหมู่บ้านฯ ตามแผนฟื้นฟูฯ อาทิ  ปัญหาการบริหารจัดการ  ปัญหาหนี้ค้างชำระ  ปัญหาการเรียกประชาคมไม่ได้ เป็นต้น
         3. ประสานหน่วยงานความร่วมมือเพื่อติดตาม ช่วยเหลือในพื้นที่อย่างใกล้ชิด อาทิ กระทรวงมหาดไทย สำนักงานอัยการสูงสุด และสถาบันการเงิน (ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร และบมจ. ธนาคารกรุงไทย) ทั้งนี้ เตรียมให้มีการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อติดตาม ช่วยเหลือ แก้ไขปัญหาการเพิ่มทุน และการจดทะเบียนนิติบุคคลเป็นรายพื้นที่ตามความเหมาะสม ซึ่งจะพิจารณาจากความพร้อมและความต้องการของกองทุนหมู่บ้านฯและความเหมาะสมในการแก้ไขปัญหาในแต่ละพื้นที่โดยจัดให้เป็นมาตรการพิเศษในการสนับสนุนการเพิ่มทุนภายในช่วงเวลาสิงหาคม-พฤศจิกายน ศกนี้
         4. แบ่งกลุ่มกองทุน ตามสภาพปัญหาและศักยภาพของกองทุนและดำเนินการแก้ปัญหาเป็นรายกองทุน โดยกองทุนจัดทำแผนเพื่อฟื้นฟูพัฒนาเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาเพิ่มทุน

    
 
มอบนโยบายโครงการเพิ่มศักยภาพกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองภายใต้มาตรการสนับสนุนและพัฒนากองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง
     เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2558 เวลา 13.30 น. นายนที  ขลิบทอง ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.) ได้มอบนโยบายการขับเคลื่อนโครงการเพิ่มศักยภาพกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองภายใต้มาตรการสนับสนุนและพัฒนากองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง และแนวทางในการดำเนินงานในโครงการดังกล่าว ให้กับพนักงาน สทบ. เพื่อนำไปปฎิบัติ และติดตามการดำเนินงาน พร้อมทั้งติดตามความก้าวหน้าในการดำเนินงานในโครงการอื่นๆ ของสทบ.  โดยมีนางกาบแก้ว สุขรื่น ผู้อำนวยการฝ่ายการเงินและการบัญชี และนายศุภมิตร  ชลประเสริฐ ผู้อำนวยการฝ่ายจัดการความรู้และสารสนเทศ เข้าร่วมประชุม ณ ห้องวายุภักษ์ 6 ชั้น 5 โรงแรมเซ็นทรา จังหวัดนนทบุรี
 
      Go To Top << Back