ค้นหา :
เกี่ยวกับกองทุนหมู่บ้าน     ประชาสัมพันธ์    ความเคลื่อนไหว  ข่าวสารกองทุนหมู่บ้าน  
   หน้า 6/47          
การประชุมเชิงปฏิบัติการซักซ้อมแนวทางโครงการ SML ระหว่าง สทบ.ส่วนกลาง และ สทบ.สาขา

     สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.) จัดประชุมเชิงปฏิบัติการซักซ้อมแนวทางการดำเนินงานโครงการพัฒนาศักยภาพของหมู่บ้านและชุมชน (SML) ระหว่างวันที่ 3-4 ธันวาคม 2555 ที่ผ่านมาโดยมี รศ.ดร.นที ขลิบทอง ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ เป็นประธานและมอบนโยบายการขับเคลื่อนโครงการพัฒนาศักยภาพของหมู่บ้านและชุมชน (SML)  ณ ห้องประชุมนารากร อาคารจัสมินฯ ชั้น 14 นนทบุรี
     การประชุมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อซักซ้อมความเข้าใจการดำเนินโครงการพัฒนาศักยภาพของหมู่บ้านและชุมชน (SML) ระหว่าง สทบ. สาขา และ สทบ. ส่วนกลาง  การแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกัน และการจัดระบบรายงานข้อมูลการเบิกจ่ายงบประมาณโครงการพัฒนาศักยภาพของหมู่บ้านและชุมชน (SML) ของหมู่บ้านและชุมชน  
     นอกจากนี้ได้ประชุมกลุ่มย่อยเพื่อจัดทำแผนปฏิบัติงานการดำเนินโครงการพัฒนาศักยภาพของหมู่บ้านและชุมชน (SML)  และหารือแนวทางการติดตามการดำเนินโครงการฯ
 

 

 
ผอ.สทบ.ออกรายการสด "ฟันธง" ทุจริตโครงการ SML : จริงไม่จริง
     เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2555 รศ.ดร.นที ขลิบทอง ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ ให้สัมภาษณ์ในรายการสด “ฟันธง” ในประเด็นเรื่อง “แนวทางการดำเนินงานโครงการพัฒนาศักยภาพของหมู่บ้านและชุมชน (SML)” และ ประเด็นข้อร้องเรียนต่างๆ ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน พร้อมทั้งเตรียมเจ้าหน้าที่โครงการ SML รับโทรศัพท์เพื่อคอยตอบคำถามจากผู้ที่ชมรายการ ซึ่งดำเนินรายการโดย จอม เพชรประดับ ณ สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ช่อง 11
     โครงการ SML ได้เริ่มดำเนินการครั้งแรกในปี 2548 และมีการปรับเปลี่ยนการดำเนินงานเป็นโครงการอยู่ดีมีสุข และโครงการชุมชนพอเพียงตามลำดับ ในปีงบประมาณ 2555 รัฐบาลปัจจุบันได้กำหนดนโยบายโครงการพัฒนาศักยภาพของหมูบ้านและชุมชน (SML) ภายใต้เจตนารมณ์ที่มุ่งให้หมู่บ้านและชุมชน ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาประชาธิปไตย คือการจัดงบประมาณโดยตรง เพื่อประชาชนในหมู่บ้าน/ชุมชน นำไปแก้ไขปัญหาส่วนรวมในการดำรงชีวิตประจำวัน และการประกอบอาชีพ โดยประชาชนเป็นผู้บริหารจัดการเอง โดยให้หมู่บ้าน/ชุมชนได้มีโอกาสคิดวิเคราะห์ปัญหา ส่วนรวม และจัดลำดับความสำคัญก่อนหลัง จากนั้นร่วมกำหนดการใช้งบประมาณอย่างเหมาะสมกับหมู่บ้าน/ชุมชน โดยกำหนดระเบียบคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ ว่าด้วยแนวทางการดำเนินงานตามโครงการพัฒนาศักยภาพของหมูบ้านและชุมชน (SML) พ.ศ. 2555 เนื่องจากระเบียบดังกล่าว มีแนวปฏิบัติใกล้เคียงกับโครงการในปีงบประมาณก่อนหน้า เป็นผลให้ประชาชน หมู่บ้าน/ชุมชน ภาคส่วนที่เกี่ยวข้องบางส่วนไม่ว่าเป็นเจ้าหน้าที่ปกครองสถาบัน สถาบันการเงิน (ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร) ที่เคยดำเนินในโครงการใกล้เคียงกับแนวปฏิบัติเดิมมาใช้เป็นผลให้ให้เกิดการคลาดเคลื่อนและเป็นช่องทางในการแสวงหาประโยชน์
 
 
คณะอนุกรรมาธิการฯ ร่วมแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นโครงการ SMLกับ สทบ.

     เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2555 คณะอนุกรรมาธิการติดตามนโยบายด้านการพัฒนาสังคม ในคณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคมและกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการและผู้ด้อยโอกาส วุฒิสภา โดยมี นายประสงค์ นุรักษ์  โฆษกคณะกรรมาธิการและประธานคณะอนุกรรมาธิการฯ เป็นหัวหน้าคณะเดินทาง  ได้เข้าพบปะหารือกับ รศ.ดร.นที ขลิบทอง ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ เพื่อให้ข้อมูลและร่วมแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นในประเด็นปัญหาการบริการจัดการโครงการพัฒนาศักยภาพของหมูบ้านและชุมชน (SML)

     โครงการพัฒนาศักยภาพของหมูบ้านและชุมชน (SML) เป็นหนึ่งในนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลที่ส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งเงินทุนโดยจัดสรรงบประมาณโดยตรง เพื่อประชาชนในหมู่บ้านและชุมชนได้นำไปแก้ปัญหา เพื่อการดำรงชีวิตประจำวัน และยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน ให้เกิดการประกอบอาชีพที่มั่นคง การมีอิสระในการระดมความคิด สังเคราะห์ความต้องการ ตามปัญหาของหมู่บ้าน / ชุมชน และให้มีการบริหารจัดการด้วยการพึ่งพาอาศัย ร่วมแรงร่วมใจกันของคนในชุมชน อันจะส่งผลให้เกิดการพัฒนาศักยภาพของประชาชน และเกิดเป็นพลังขับเคลื่อนสู่การแก้ไขปัญหาการยากจน ที่เกิดอย่างตรงจุด และได้รับความยินยอมร่วมมือทั้งระบบ

     ซึ่งการดำเนินงานโครงการ SML มีเป้าหมายที่จะจัดสรรเงินให้กับหมู่บ้านและชุมชนจำนวน 86,300 แห่ง เป็นงบประมาณ 32,297,400,000 ล้านบาท โดยจะนำมาจัดสรรงบประมาณประจายสู่หมู่บ้านและชุมชนที่มีความพร้อมตามขนาดของหมู่บ้านและชุมชน คือ ขนาดเล็ก (S) สำหรับหมู่บ้าน/ชุมชนที่มีประชากรไม่เกิน 500 คน ขนาดกลาง (M) สำหรับหมู่บ้าน/ชุมชน ที่มีประชากรตั้งแต่ 501 – 1,000 คน และขนาดใหญ่ (L) สำหรับหมู่บ้าน/ชุมชนที่มีประชากรอยู่ตั้งแต่ 1,001 คนขึ้นไป

     นอกจากนี้ เพื่อให้การดำเนินงานจัดสรรงบประมาณไปสู่ประชาชนสามารถทำได้รวดเร็วยิ่งขึ้น และมีกระบวนการขั้นตอนที่ลดลง คณะอนุกรรมการพัฒนาศักยภาพของหมู่บ้านและชุมชนได้ลงมติเห็นชอบในที่ประชุม ให้มีการปรับเงื่อนไขการเข้าร่วมโครงการจากเดิมที่จะอนุมัติเงินให้กับหมู่บ้านและชุมชนตามโครงการที่เสนอเข้ามา เป็นการพิจารณาตามความพร้อมของหมู่บ้านและชุมชน ซึ่งเชื่อว่าจะได้รับประโยชน์มากกว่า โดยใช้หลักเกณฑ์ ในการพิจารณา 3 ข้อ คือ 1)ต้องมีกรรมการโครงการ SMLที่ถูกต้อง 2)ต้องมีกรอบในการดำเนินงานอย่างชัดเจน 3)ต้องเปิดบัญชีธนาคารเพื่อรองรับการโอนเงิน ซึ่งหากพิจารณาแล้วเห็นว่าหมู่บ้านและชุมชนใดมีความพร้อมก็สามารถจัดสรรให้เงินได้ทันที

     ปัจจุบันได้ดำเนินการโอนเงินให้กับหมู่บ้านและชุมชนตามโครงการพัฒนาศักยภาพของหมูบ้านและชุมชน (SML) จำนวน 55,787 หมู่บ้าน/ชุมชน ทั้งนี้ จากตรวจสอบพบปัญหาของหมู่บ้าน/ชุมชน ได้แก่ (1) สทบ. ยังไม่ได้รับข้อมูลการขอรับการจัดสรรงบประมาณของหมู่บ้าน/ชุมชน บางส่วนจาก
กรมการปกครอง  (2) สทบ.ยังไม่ได้รับแบบสำรวจความพร้อมในการดำเนินการโครงการพัฒนาศักยภาพของหมู่บ้านและชุมชน (SML) ครบทุกแห่ง (3) แบบสำรวจความพร้อมในการดำเนินการโครงการพัฒนาศักยภาพของหมู่บ้านและชุมชน (SML) ที่ สทบ.ได้รับ มีข้อมูลไม่ครบถ้วน  (4) การจัดประชุมประชาคมดำเนินการไม่ถูกต้อง และ (5) หมู่บ้าน/ชุมชน มีเรื่องร้องเรียน รวมถึงปัญหาด้านบัญชีงเงินฝากธนาคารของหมู่บ้าน อาทิ หมู่บ้าน/ชุมชน มีบัญชีเงินฝากธนาคารมากกว่า 1 บัญชี ชื่อ/เลขที่บัญชีไม่ถูกต้อง ข้อมูลธนาคารไม่ปรากฏในฐานข้อมูลของ สทบ./ธนาคาร เป็นต้น อนึ่ง หมู่บ้าน/ชุมชน หนึ่งๆ อาจมีหลายสาเหตุที่ส่งผลให้ยังไม่สามารถจัดสรรโอนเงินงบประมาณให้ได้  ทั้งนี้ สทบ. ได้ประสานข้อมูลข้างต้นให้ภาคีที่เกี่ยวข้อง (กรมการปกครอง จังหวัด อำเภอ เครือข่ายกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง และสถาบันการเงิน) เพื่อร่วมตรวจสอบและสนับสนุนการดำเนินการ เพื่อให้สามารถโอนเงินงบประมาณให้กับหมู่บ้านและชุมชนได้โดยเร็วต่อไป


 

 
สัมมนาเชิงปฏิบัติการ เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจด้านการดำเนินงาน โครงการพัฒนาศักยภาพหมู่บ้านและชุมชน (SML)
     เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2555 คณะกรรมาธิการองค์กรตามรัฐธรรมนูญ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุนสภาผู้แทนราษฎร ร่วมกับสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ ได้จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจ ด้านการดำเนินงานโครงการพัฒนาศักยภาพหมู่บ้านและชุมชน (SML) ณ อาคารศูนย์การประชุมและแสดงสินค้านานาชาติอุบลรัตน์ราชกัญญา สหกรณ์สุราษฎร์ธานี จำกัด จังหวัดสุราษฎร์ธานี และได้รับเกียรติจากนายเชน เทือกสุบรรณ ประธานคณะกรรมาธิการองค์กรตามรัฐธรรมนูญ รัฐวิสาหกิจองค์การมหาชน และกองทุนสภาผู้แทนราษฎรเป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนาฯ โดยมี นายวีระชัย สง่าหวัง รักษาการหัวหน้าสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ สาขา 9 กล่าวรายงาน นอกจากนั้นยังได้รับเกียรติจาก รศ.ดร.นที ขลิบทอง ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ ตลอดจนตัวแทนจากสถาบันการเงินและผู้เกี่ยวข้องร่วมเวทีเสวนาสร้างความเข้าใจให้แก่ผู้เข้าร่วมงาน ซึ่งประกอบไปด้วย ประธาน/ผู้แทน โครงการหมู่บ้านและชุมชน (SML) จังหวัดสุราษฎร์ธานี เครือข่ายกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง แต่ละระดับ จังหวัดสุราษฎร์ธานี หัวหน้าส่วนราชการ ภาคีที่เกี่ยวข้อง ผู้บริหารสถาบันการเงินตลอดจน พนักงาน สทบ. สาขา 9 และผู้สังเกตการณ์ ภายในงานกว่า 1,500 คน
 
ประชุมเชิงปฏิบัติการขับเคลื่อนการดำเนินงานกองทุนหมู่บ้าน จังหวัดสุรินทร์
เวลา 10.00 น. วันที่ 29 ตุลาคม 55 จังหวัดสุรินทร์ จัดประชุมเชิงปฏิบัติการขับเคลื่อนการดำเนินงานกองทุนหมู่บ้านเพื่อพัฒนาศักยภาพกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง จังหวัดสุรินทร์ โดยมีนายพิภพ ดำทองสุข รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ ณ ห้องประชุมริมธาราสวนป่ารีสอร์ท อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์
 
ประธานกรรมมาธิการเป็นประธานเปิดการประชุมโครงการ SML และ ผอ.สทบ. ร่วมเสวนาเพื่อสร้างความเข้าใจ
     นายเชน เทือกสุบรรณ ประธานคณะกรรมาธิการองค์กรตามรัฐธรรมนูญ รัฐวิสาหกิจองค์การมหาชน และกองทุนสภาผู้แทนราษฎรเป็นประธานเปิดการประชุมเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจการดำเนินงานโครงการพัฒนาศักยภาพหมู่บ้านและชุมชน (SML)จังหวัดหนองคาย โดยมีว่าที่ ร.ต.ดร.พงศ์พันธ์ สุนทรชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย เขต 1 ให้การต้อนรับและในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการคณะดังกล่าว
     พร้อมนี้ได้รับเกียรติจาก รศ.ดร.นที ขลิบทอง ผู้อำนวยการ สทบ. และ นายชัยวัฒน์ ปกป้อง ผู้ช่วยผู้อำนวยการธนาคาร ธกส. (สำนักงานใหญ่) ร่วมเสวนาสร้างความเข้าใจให้ผู้เข้าร่วมงานกว่า 1,600 คน โดยมีนายสุชาติ พิเมย หัวหน้าสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ สาขา 6 กล่าวรายงาน เมื่อวันที่ 19 ต.ค. 2555 ณ มหาวิทยาลัยขอนแก่น วิทยาเขตหนองคาย
 
นายกฯ เปิดงาน “ทศวรรษใหม่กองทุนหมู่บ้านฯ : เปิดปฏิบัติการเพิ่มทุน ล้านใหม่

นายกรัฐมนตรี เปิดงาน “ทศวรรษใหม่กองทุนหมู่บ้านฯ : เปิดปฏิบัติการเพิ่มทุน ล้านใหม่”  มอบนโยบายและเพิ่มทุนต่อยอดอีกแห่งละ 1 ล้านบาท ประกาศก้าวต่อไป จะยกระดับกองทุนเป็นสถาบันการเงินชุมชน สร้างรากฐานเศรษฐกิจชุมชนให้เข้มแข็ง
     นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “ทศวรรษใหม่กองทุนหมู่บ้านฯ : เปิดปฏิบัติการเพิ่มทุน ล้านใหม่” พร้อมทั้งมอบนโยบายให้แก่กรรมการและสมาชิกกองทุน ณ อาคารชาเลนเจอร์ 2 ศูนย์การแสดงสินค้าและการประชุมอิมแพค เมืองทองธานี เมื่อวันนี้ 24 ตุลาคม 2555  ซึ่งจัดโดยสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ  เพื่อเผยแพร่ความรู้ และผลงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองในรอบ 11 ปี รวมทั้งทิศทางการพัฒนากองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองในอนาคต โดยมีนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายนที ขลิบทอง ผู้อำนวยการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ คณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้ว่าราชการจังหวัด วิทยาการจังหวัด ประธานเครือข่ายกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองระดับจังหวัด  ประธานหรือผู้แทนคณะกรรมการ และองค์กรภาคีที่เกี่ยวข้อง ประมาณ 13,000 คน เข้าร่วมงานในครั้งนี้ 
     นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี  กล่าวว่า รัฐบาลขอยืนยันที่จะมีนโยบายส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งทุน โดยการเพิ่มทุนให้แก่กองทุนหมู่บ้านและชุมชนชนเมืองอีกแห่งละ 1 ล้านบาท เพื่อเป็นแหล่งเงินทุนต่อยอดการสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ รวมทั้งส่งเสริมและพัฒนาไปสู่การสร้างสวัสดิภาพ สวัสดิการ และความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของประชาชน และเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเร่งด่วนให้แก่ประชาชนในหมู่บ้านหรือชุมชนเมือง ทั้งนี้รัฐบาลพร้อมที่จะเพิ่มทุน กองทุนละ 1 ล้านบาท ให้กับสมาชิกชาวกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองทั่วประเทศ โดยได้เตรียมงบประมาณทั้งสิ้น 79,255 ล้านบาท
สำหรับก้าวต่อไปของการดำเนินงานของกองทุนหมู่บ้านฯ คือการยกระดับกองทุนหมู่บ้านฯ เป็นสถาบันการเงินชุมชน หรือธนาคารของชุมชนที่ประชาชนในพื้นที่สามารถที่จะทำธุรกรรมต่างๆ การให้บริการประเภทต่างๆ ได้เอง ในหมู่บ้านหรือชุมชน โดยไม่ต้องเดินทางออกต่างพื้นที่ ซึ่งขณะนี้มีหลายกองทุนหมู่บ้านฯ ได้ดำเนินไปแล้วประสบความสำเร็จ จึงอยากให้มีการแบ่งปันความรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ความสำเร็จให้กับกองทุนหมู่บ้านฯ อื่นๆ ได้มีโอกาสดำเนินการได้ จะถือเป็นประโยชน์และสร้างคุณค่าแก่หมู่บ้านและชุมชนซึ่งกันและกัน   
     นายกรัฐมนตรี กล่าวชื่นชมสถาบันการเงินชุมชนปากเกร็ดร่วมใจ 2 ที่ให้บริการกู้ยืมแก่สมาชิกด้วยบริการที่มีประสิทธิภาพ จนได้รับรางวัลแห่งความสำเร็จมากมาย เช่น รางวัลสถาบันการเงินชุมชนนำร่องดีเด่น จากสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองดีเด่นจากสถาบันวิจัยบทบาทหญิงชายและการพัฒนา เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีสถาบันการเงินชุมชนบ้านห้วยหว้า ซึ่งส่งเสริมกิจกรรมที่สร้างความเข้มแข็ง และความมั่นคงทางการเงินให้แก่สมาชิก เช่น การออมหุ้น-ออมทรัพย์ อีกทั้งต้องการเห็นกองทุนต่างๆ เหล่านี้ได้มีการต่อยอดของความเข้มแข็งขึ้น มีการยกระดับเป็นสถาบันการเงินชุมชนและธนาคารของหมู่บ้าน โดยเกิดจากความร่วมมือร่วมใจของชุมชน อีกทั้งชุมชนเป็นผู้ตัดสินใจในการใช้เงินเพื่อที่จะยกระดับคุณภาพชีวิต
     จากนั้น นายกรัฐมนตรีและคณะได้ขึ้นบนเวทีเพื่อทำพิธีการโอนเงิน “เพิ่มทุนกองทุนหมู่บ้าน หมู่บ้านละ 1 ล้านบาท” แก่กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง จำนวน 21,614 กองทุน สำหรับการจัดงานในครั้งนี้ ประกอบด้วย การจัดสรรและโอนเงินตามโครงการ “เพิ่มทุนกองทุนหมู่บ้าน หมู่บ้านละ 1 ล้านบาท” แก่กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง การแสดงศิลปวัฒนธรรมของกองทุนหมู่บ้านทั้ง 4 ภาค การจัดแสดงนิทรรศการผลงานของภาคีต่างๆ อาทิ กรมการพัฒนาชุมชน กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี สำนักงานอัยการสูงสุด ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารกรุงไทยฯลฯ พร้อมด้วยกิจกรรมสาธิตต่างๆ จากสมาชิกกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง และสินค้าราคาประหยัดจากร้านธงฟ้า
ด้านนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ กล่าวว่า รัฐบาลได้จัดสรรและโอนเงินครั้งแรกให้แก่กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2544 ปัจจุบันมีกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง รวมทั้งสิ้น 79,255 กองทุน ซึ่งแต่ละกองทุนได้มีการพัฒนาการในการเปลี่ยนแปลงหมู่บ้านและชุมชนเมือง ในหลายด้านทั้งการบริหารจัดการให้กองทุนหมู่บ้านเป็นแหล่งเงินทุนหมุนเวียน เพื่อการลงทุนในการสร้างอาชีพ สร้างงาตน และรายได้ของประชาชนในชุมชน มีการส่งเสริมและสนับสุนนให้เกิดการออม เพื่อความมั่นคงในรากฐานของชีวิตและครัวเรือน ซึ่งปัจจุบันมีเงินทุนหมุนเวียนในกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองทั่วประเทศ ประมาณ 170,000 ล้านบาทและสมาชิกกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองทั่วประเทศ ประมาณ 13 ล้านบาท
อย่างไรก็ดีรัฐบาล ได้กำหนดให้นโยบายกองทุนหมู่และชุมชมเมือง เป็นนโยบายเร่งด่วน ที่จะเริ่มดำเนินการเป็นปีแรก ด้วยการเพิ่มทุนให้ หมู่บ้านละ 1 ล้านบาท เพื่อเป็นแหล่งเงินทุนต่อยอดการสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ รวมทั้งส่งเสริมและพัฒนาไปสู่การสร้างสวัสดิภาพ  สวัสดิการและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของประชาชน คณะกรรมการกองทุนฯ จึงได้จัดงาน "ทศวรรษใหม่ กองทุนหมู่บ้านฯ ปฏิบัติการเพิ่มทุนล้านใหม่" เพื่อเผยแพร่ผลงานในรอบปีที่ผ่านมา และทิศทางพัฒนากองทุนฯ ในอนาคต โดยเฉพาะแนวทางการเพิ่มทุนให้กองทุนหมู่บ้านและชุมชนตามนโยบายของรัฐบาล

      

 
สทบ.สาขา 6 ร่วมงานเปิกโครงการประชุมเพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจโครงการ SML
     นายกอบเกียรติ กาญจนะ รองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู เป็นประธานกล่าวเปิดโครงการประชุมเพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจการดำเนินงานโครงพัฒนาศักยภาพของหมู่บ้านและชุมชน (sml)จังหวัดหนองบัวลำภู เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2555 ณ หอประชุมอนาลโย ศาลากลางจังหวัดหนองบัวลำภู ผู้เข้าร่วมกว่า 800 คน โดยมีนายสุชาติ พิเมย หัวหน้าสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ สาขา 6 เป็นผู้กล่าวรายงาน ซึ่งในครั้งนี้ได้รับเกียรติจากนายวิชัย สามิตร และนายพิษณุ  หัตถสงเคราะห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดหนองบัวลำภู ร่วมเป็นวิทยากรบรรยายพิเศษ 
     จากนั้นรองศาสตราจารย์ ดร.นที  ขลิบทอง ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (ผอ.สทบ.) ได้บรรยายเพื่อสร้างความเข้าใจในแนวทางการดำเนินงานตามโครงการพัฒนาศักยภาพของหมู่บ้านและชุมชน (SML)  สำหรับหมู่บ้านที่ได้รับโอนงบประมาณแล้ว และรายงานถึงสภาพปัญหาให้แก่หมู่บ้าน/ชุมชนที่ยังไม่ได้รับโอนเงิน ซึ่งคาดว่าจังหวัดหนองบัวลำภู จะมีการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพตามที่กำหนดและสามารถโอนเงินให้ครบทุกหมู่บ้านภายในเร็ว ๆ นี้
 
      Go To Top << Back