ค้นหา :
เกี่ยวกับกองทุนหมู่บ้าน     ประชาสัมพันธ์    ความเคลื่อนไหว  ข่าวสารกองทุนหมู่บ้าน  
   หน้า 6/49          
ร่วมสร้างเด็กพันธุ์ใหม่เพื่ออนาคตไทย
     เมื่อวันที่ 27 เดือนกุมภาพันธ์ 2556  สำนักงานกองทุนหมู่บ้านฯ (สทบ.) ร่วมกับ 14 หน่วยงานจัดตั้งตามพระราชบัญญัติ (พรบ.) เฉพาะ จัดงานประชุมวิชาการประจำปี ครั้งที่ 1 ภายใต้หัวข้อ “ร่วมสร้างเด็กพันธุ์ใหม่เพื่ออนาคตไทย” เพื่อกำหนดทิศทางและเรียนรู้ภารกิจเฉพาะหน่วยงานแต่ละแห่งร่วมกัน พร้อมสร้างแนวทางการสนับสนุนและส่งเสริมเด็กและเยาวชนให้มีคุณภาพทั้งในด้านวิทยาศาสตร์ การศึกษา สุขภาพ และจริยธรรม อันจะเป็นเยาวชนพันธุ์ใหม่ที่เป็นกำลังสำคัญขับเคลื่อนพัฒนาประเทศชาติต่อไป โดย ดร.ทวีศักดิ์ กออนันตกูล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ(สวทช.) กล่าวต้อนรับ และชี้แจงความเป็นมา วัตถุประสงค์ ของการประชุมและการแสดงวีดิทัศน์ “สถานการณ์ปัญหาด็กไทยในปัจจุบัน”  ศ.นพ.วิจารย์  พานิช  นายกสภามหาวิทยาลัยมหิดล  ปาฐกถาพิเศษ เรื่อง "ทิศทางการสร้างเด็กพันธุ์ใหม่เพื่ออนาคตไทย" และ  รศ.ดร.นที ขลิบทอง ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.) ได้เข้าร่วมอภิปรายเพื่อนำเสนอแนวคิด บทบาทและเป้าหมายของหน่วยงานในการพัฒนาเด็กพันธุ์ใหม่ ดำเนินรายการโดย ดร.ญาดา มุกดาพิทักษ์ รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.) ณ บ้านวิทยาศาสตร์สิรินธร อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย สวทช. ปทุมธานี
     ทั้งนี้ หน่วยงานตาม พรบ.เฉพาะ 15 องค์กร มีการรวมตัวกันเป็นเครือข่าย มาตั้งแต่เดือน มกราคม 2553 เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์การทำงาน การบริหารจัดการ และการสร้างเครือข่ายเพื่อบูรณาการงานในอนาคตให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยสามารถแบ่งกลุ่มของหน่วยงานตามภารกิจการดำเนินงานออกเป็น 4 กลุ่ม ใหญ่ ได้แก่ กลุ่มแรกที่มีภารกิจด้านสุขภาพ ประกอบด้วย สถาบันวิจัยระบบสาธารณุสข (สวรส.) สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.), สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กลุ่มสองที่มีภารกิจด้านการศึกษา ประกอบด้วย สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา (คส.) และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) กลุ่มสามที่มีภารกิจด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประกอบด้วย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.) และสถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ (มว.) และกลุ่มสุดท้ายที่มีภารกิจครอบคลุมงานหลากหลายด้าน ประกอบด้วย สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.), สถาบันอนุญาโตตุลาการ และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)
 
นายกฯ เปิดงานเพิ่มทุนกองทุนหมู่บ้าน ล้านใหม่

     นายกรัฐมนตรีเป็นประธานเปิดงานเพิ่มทุนกองทุนหมู่บ้าน หมู่บ้านละ 1 ล้านบาท พร้อมกดปุ่มโอนเงินแก่กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองทั่วประเทศ กว่า 15,000 ล้านบาท  และร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามความร่วมมือ ระหว่างสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ

     นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “การเพิ่มทุนล้านใหม่ : เปิดปฏิบัติการสถาบันการเงินชุมชน” ณ หอประชุมทีปังกรรัศมีโชติ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ วิทยาเขตสะลวง อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ และร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามความร่วมมือ ระหว่างสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ กับสถาบันการเงินและภาคีที่เกี่ยวข้อง ตามโครงการยกระดับกองทุนหมู่บ้านฯ เป็นสถาบันการเงินชุมชน โดยมีนายวราเทพ รัตนากร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวรายงานการดำเนินการของกองทุนหมู่บ้าน เมื่อวันที่ 14 ก.พ. 2556
นายกรัฐมนตรีกล่าวเปิดงานและมอบนโยบายว่า กองทุนหมู่บ้านก่อตั้งมา 11 ปี และในปีที่ผ่านมาได้มอบทุน กองทุนละ 1 ล้านบาท ไปแล้วรอบแรก ซึ่งได้ทราบว่าจากผลการปฏิบัติงานของกองทุนหมู่บ้าน ในหลาย ๆ ชุมชน ซึ่ง 11 ปี ที่ผ่านมาถือว่าเป็นที่ชื่นใจที่หลาย ๆ ชุมชนประสบความสำเร็จที่มีเงินในกองทุนกว่า 50 – 100 ล้านบาท นี่คือความเข้มแข็งของชุมชน และเป็นวัตถุประสงค์ของรัฐบาลในการริเริ่มจัดตั้งกองทุนหมูบ้านนี้
     อยากให้พี่น้องประชาชนได้มีโอกาสตัดสินใจ ในการแก้ปัญหาและการใช้เงินทุนนี้เป็นทุนหมุนเวียนเพื่อสร้างความเจริญรุ่งเรือง และคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับพี่น้องประชาชน เพราะรัฐบาลเชื่อว่าถ้าเราร่วมกันให้พี่น้องประชาชนได้เข้าถึงหีล่งเงินทุน โอกาสต่าง ๆ ที่ดีขึ้น และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นก็จะตามมา หลายๆ กองทุนประสบความสำเร็จและสามารถที่จะช่วยเหลือให้คุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชน และสมาชิกกองทุนนั้นมีจำนวนมากขึ้นทุก ๆ วัน ดังนั้นครั้งนี้ถือว่าเป็นครั้งที่ 2 ที่รัฐบาลได้มีการโอนเงินกองทุนหมู่บ้าน และชุมชนเมืองทั่วประเทศอีกครั้งหนึ่ง 15,027 หรือเป็นเงิน 15,027 ล้านบาท หวังว่าเงินกองทุนนี้หลังจากวันนี้จะถึงมือพี่น้องประชาชนโดยเร็วที่สุด เพื่อให้สมาชิกทุกคนนั้นสามารถใช้สิทธิ์ในการกู้ยืม ที่สำคัญสิทธิ์นี้จะช่วยในการขยายโอกาส สร้างงาน สร้างอาชีพ และสร้างชุมชนให้เข้มแข็งขึ้น เป็นนโยบายหลักของรัฐบาลที่อยากเห็นพี่น้องประชาชนมีรายได้ที่ดีขึ้น คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
     นอกจากนั้น สิ่งที่รัฐบาลอยากเห็นเพิ่มเติมคือกองทุนหมู่บ้านที่ประสบความสำเร็จ เรามองว่าท่านสามารถที่จะทำงานให้เป็นกองทุนที่เข้มแข็งของชุมชนที่จะเติบโต รัฐบาลจึงมีนโยบายในการยกระดับการบริหารจัดการของกองทุนหมู่บ้านให้เป็นสถาบันการเงินที่มีเป้าหมาย อยากเห็นอย่างน้อยตำบลละ 1 แห่ง ซึ่งเป้าหมายแรกคือ 1 หมื่นแห่งทั่วประเทศ ขอขอบคุณสถาบันการเงินที่ได้ร่วมกันในการลงนาม MOU ร่วมกับคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้าน ในการยกระดับชุมชนนี้ให้เป็นสถาบันการเงินที่น่าเชื่อถือ และเป็นแหล่งในการขยายโอกาสให้พี่น้องประชาชนต่อไปดังนั้นจึงอยากเห็นสถาบันการเงินเข้าถึงทุกชุมชน ทุกหมู่บ้าน และมีโอกาสให้พี่น้องประชาชนนั้นได้เข้าถึงแหล่งเงินทุน คือการลดรายจ่ายของประชาชน และโอกาสต่าง ๆ ในการร่วมกันพัฒนา นี่คืออีกหนึ่งที่ภาคภูมิใจ และเป็นความรักร่วมกันที่เราจะได้เห็นโอกาส การเจริญเติบโต โอกาสนในการพัฒนาของชุมชนที่เข้มแข็งขึ้น
     นายวราเทพ รัตนากร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  กล่าวเพิ่มเติมว่า “มั่นใจว่าเงินที่โอนลงไปในชุมชนวันนี้ จะถึงมือประชาชนอย่างแท้จริง เพื่อนำไปพัฒนาและยกกระดับชุมชนให้เข้มแข็ง ดังนั้น รัฐบาลจึงอยากเห็นการยกระดับกองทุนหมู่บ้าน ให้เป็นสถาบันการเงิน โดยตั้งเป้าตำบลละ 1 แห่ง รวม 10,000 แห่ง”
     จากนั้นนายกรัฐมนตรีกดปุ่มโอนเงิน “เพิ่มทุนกองทุนหมู่บ้าน หมู่บ้านละ 1 ล้านบาท” แก่กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองทั่วประเทศ 15,027 กองทุน 15,027 ล้านบาท พร้อมมอบสินเชื่อและทุนสนับสนุนแก่ประชาชน ตามโครงการความร่วมมือระหว่างสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ กับสถาบันการเงิน เพื่อเป็นแหล่งต่อยอดการสร้างงาน สร้างรายได้ สร้างอาชีพ รวมถึงส่งเสริมและพัฒนาไปสู่การสร้างสวัสดิภาพ สวัสดิการ และความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของประชาชน
ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานกองทุนหมู่บ้านในรอบ 11 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่สมัยรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร สามารถพัฒนากองทุนหมู่บ้านได้มากถึง 79,255 กองทุน มีเงินทุนหมุนเวียนไม่น้อยกว่า 160,000 ล้านบาท อีกทั้งสมาชิกได้รับประโยชน์จากการกู้ยืมกองทุนกว่า 10 ล้านราย คิดเป็นร้อยละ 87 ของสมาชิกทั้งหมด และร้อยละ 22.8 ของสมาชิกทั้งหมด มีการออมเพิ่มขึ้น ทำให้มีเงินออมไม่น้อยกว่า 20,000 ล้านบาท และมีเงินสมทบเข้ากองทุนไม่น้อยกว่า 6,000 ล้านบาท

 
เปิดสถาบันการเงินชุมชนบ้านซับตารี
     เมื่อวันที่ 22  มกราคม 2556 รศ.ดร.นที ขลิบทอง ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ เป็นประธานเปิด “สถาบันการเงินบ้านซับตารี” และ “ตลาดนัดชุมชนบ้านซับตารี SML” พร้อมทั้งมอบนโยบายการบริหารจัดการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ ปี 56 ณ สถาบันการเงินชุมชนบ้านซับตารี หมู่ที่ 2 ต.ทุ่งขนาน อ.สอยดาว จ.จันทบุรี  โดยมี นายโสภณ เนื่องจำนงค์ นายอำเภอสอยดาว กล่าวต้อนรับ นายพจน์ บัวใหญ่ ประธานสถาบันการเงินชุมชน   บ้านซับตารี กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงาน และ นายธนภัทร ตรีรัตน์ ผู้จัดการสถาบันการเงินชุมชนบ้านซับตารี รายงานสถานการณ์การเงินและกิจกรรมของสถาบันการเงิน หลังจากนั้นได้ทำพิธีเปิดป้ายและร่วมตัดริบบิ้นเปิดอาคารสถาบันการเงินบ้านซับตารี โดยพระคุณเจ้าท่านครูบาบุญธรรม สุทธิญาโน (ครูบาโก วัดเขาแจงเบง) เจิมป้ายอาคารสถาบันการเงินชุมชน โดยมี นายธนันชัย บุญมาก หัวหน้า สทบ. สาขา 11 สมาชิกกองทุนหมู่บ้านซับตารี และหมู่บ้านใกล้เคียงมาร่วมกันเป็นจำนวนมาก
     นอกจากนี้ได้เยี่ยมชมการปฏิบัติงานของสถาบันการเงินฯ ดังกล่าว และสถาบันการเงินบ้านคลองกะทา พร้อมทั้งมอบแนวทางการดำเนินกิจกรรมที่เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวม
 
สทบ. จัดงานประชุมชี้แจงโครงการ SML ใน จ.กาฬสินธุ์
     สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ ร่วมกับ สทบ. สาขา 4 พร้อมด้วยผู้บริหารธนาคารออมสิน ธนาคารธ.ก.ส. และธนาคารกรุงไทย ร่วมกันจัดประชุมชี้แจงเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจ แนวทางการดำเนินงาน โครงการพัฒนาศักยภาพของหมู่บ้านและชุมชน (SML) ในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ โดยได้รับเกียรติจาก นางบุญรื่น ศรีธเรศ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และสมาชิกผู้แทนราษฎรกาฬสินธุ์ เขต 1 เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมและแถลงข่าวการจัดประชุมดังกล่าว และได้รับเกียรติ จาก นายนที ขลิบทอง ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ  เป็นวิทยากรบรรยายพิเศษ เรื่อง แนวทางการดำเนินงานโครงการพัฒนาศักยภาพหมู่บ้านและชุมชน (SML) พร้อมตอบประเด็นข้อซักถาม และในช่วงบ่าย นายเสถียร เกตุภูงา หัวหน้า สทบ. สาขา 4 ได้ชี้แจงแนวทางการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงานโครงการพัฒนาศักยภาพของหมู่บ้านและชุมชน (SML)  เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2556 ณ วิทยาลัยนาฏศิลปกาฬสินธุ์ อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ จังหวัดกาฬสินธุ์       
     นางบุญรื่น ศรีธเรศ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และ ส.ส.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ตามที่รัฐบาลได้กำหนดให้โครงการพัฒนาศักยภาพของหมู่บ้านและชุมชน (SML) เป็นนโยบายเร่งด่วนที่จะต้องดำเนินการในปีแรก เพื่อให้โครงการดังกล่าวเป็นการช่วยส่งเสริมและสนับสนุนให้ประชาชนในหมู่บ้านชุมชน ได้แก้ไขปัญหาของส่วนรวม ดังนั้นเพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับแนวทางการดำเนินงาน บทบาท ภารกิจและหน้าที่ของภาคีที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานจึงได้จัดการประชุมชี้แจงครั้งนี้ขึ้น
     สำหรับการดำเนินงานตามโครงการพัฒนาศักยภาพของหมู่บ้านและชุมชนของจังหวัดกาฬสินธุ์มีทั้งสิ้น 1,620 หมู่บ้าน/ชุมชน แยกเป็นหมู่บ้าน 1,584 หมู่บ้าน ชุมชน 36 ชุมชน ได้รับการสนับสนุนงบประมาณตามโครงการพัฒนาศักยภาพของหมู่บ้านและชุมชน (SML) จากสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติแล้ว 882 หมู่บ้าน/ชุมชน และคงเหลือยังไม่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจำนวน 738 หมู่บ้าน/ชุมชน  ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการตรวจสอบความครบถ้วนของข้อมูลและพิจารณา
 
รัฐมนตรี ลงพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม ชี้แจงโครงการ SML
นายวราเทพ รัตนากร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมชี้แจงเพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ แนวทางการดำเนินงานโครงการพัฒนาศักยภาพของหมู่บ้านและชุมชน (SML) ในพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม พร้อมทั้งแถลงข่าวและมอบนโยบายการดำเนินงานโครงการดังกล่าว เมื่อวันศุกร์ที่ 18 มกราคม ๒๕๕6 ณ ศูนย์ประชุมมารินทร์ จังหวัดมหาสารคาม โดยกล่าวว่า โครงการ SML เป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล ซึ่งช่วยส่งเสริมและสนับสนุนให้ประชาชนในหมู่บ้าน/ชุมชน ได้แก้ไขปัญหาของส่วนรวม ด้วยการบริหารจัดการแบบร่วมกันคิดและร่วมกันดำเนินการ โดยให้ประชาชนมีอิสระในการดำเนินงาน ระดมความคิด สังเคราะห์ความต้องการ ตามปัญหาของหมู่บ้าน/ชุมชน ซึ่งจะสามารถแก้ไขปัญหาและพัฒนาชุมชนของตนได้อย่างถูกต้อง และสอดคล้องกับความต้องการอย่างแท้จริง การเดินมาที่จังหวัดมหาสารคามครั้งนี้เพื่อมาชี้แจงทำความเข้าใจเกี่ยวกับแนวทางการดำเนินงานโครงการพัฒนาศักยภาพของหมู่บ้านและชุมชน( SML) แก่ผู้นำหมู่บ้าน/ชุมชน ทั้ง 1,974 หมู่บ้าน/ชุมชนของจังหวัดมหาสารคาม ว่า รัฐบาลมีความห่วงใยประชาชน จึงได้มอบหมายให้สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ ดำเนินการตามโครงการพัฒนาศักยภาพของหมู่บ้านและชุมชน (SML) ซึ่งที่จังหวัดมหาสารคามพบว่ามีหลายหมู่บ้านที่ได้มีการดำเนินงานโครงการด้วยการจัดทำเวทีประชาคมและได้รับการโอนเงินงบประมาณไปดำเนินการแล้ว แต่ยังมีบางแห่งที่พบว่ามีความไม่เข้าใจเกี่ยวกับการทำประชาคมหมู่บ้าน มีการร้องเรียนเกี่ยวการดำเนินงานของผู้นำชุมชน การจัดทำบัญชี จึงทำให้ยังไม่ได้รับการโอนเงินเพื่อมาดำเนินงานตามโครงการ อย่างไรก็ตาม คาดว่าปัญหาทุกอย่างจะสามารถคลี่คลายได้ภายในสิ้นเดือนมกราคม นี้ เพื่อรัฐบาลจะได้โอนเงินงบประมาณตามที่ได้รับการจัดสรรให้หมู่บ้านดำเนินงานตามโครงการที่เป็นความต้องการของประชาชนในพื้นที่ได้ นายวราเทพ รัตนากร กล่าวเน้นย้ำถึงผลดีของโครงการ SML สำหรับจังหวัดมหาสารคาม มีหมู่บ้าน/ชุมชน ที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณตามโครงการพัฒนาศักยภาพของหมู่บ้านและชุมชน( SML) จำนวนทั้งสิ้น 1,974 หมู่บ้าน/ชุมชน วงเงินรวม 668,600,000 บาทเป็นโครงการขนาด S จำนวน 1,263 หมู่บ้าน/ชุมชน โครงการ ขนาด M จำนวน 658 หมู่บ้าน/ชุมชน และ โครงการ ขนาด L จำนวน 53 หมู่บ้าน/ชุมชน โดยมีหมู่บ้าน/ชุมชน ที่ยังไม่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณ จำนวน 932 หมู่บ้าน/ชุมชน นอกจากนี้ยังได้ชื่นชมการดำเนินงานของคณะกรรมการโครงการหมู่บ้านและชุมชน (SML) ของจังหวัดมหาสารคาม ทั้ง 1,974 หมู่บ้าน/ชุมชน และภาคีทุกภาคส่วน ทั้งส่วนราชการ ธนาคาร และเครือข่ายกองทุนหมู่บ้านทุกระดับ ที่ได้สนับสนุนการดำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาลเป็นอย่างดี และได้กล่าวขอบคุณนายนที ขลิบทอง ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ นายนพวัชร สิงห์ศักดา ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม นายปานทอง สุรเสียง พัฒนาการจังหวัดมหาสารคาม ตลอดจนภาคีที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานโครงการพัฒนาศักยภาพของหมู่บ้านและชุมชน (SML) ได้ให้ความสำคัญและให้การสนับสนุนการดำเนินงานโครงการ SML ในพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม ให้สามารถดำเนินงานเป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐบาลทุกประการ และฝากทิ้งท้ายถึงผู้แทนกรรมการโครงการ SML ให้ดำเนินงานตามโครงการ SML ที่รัฐบาลได้มอบความไว้วางใจให้หมู่บ้าน/ชุมชน เป็นผู้บริหารจัดการอย่างอิสระภายใต้ความต้องการของประชาชนส่วนใหญ่ โดยขอให้เป็นผลประโยชน์ของประชาชนส่วนร่วมทุกคนในหมู่บ้าน/ชุมชน และบริหารด้วยความโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน ซึ่งรัฐบาลได้ฝากความหวังในการแก้ไขปัญหาในระดับฐานรากให้ทุกท่านช่วยกัน หลังจากกล่าวมอบนโยบาย นายวราเทพ รัตนากร ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมการดำเนินงานโครงการพัฒนาศักยภาพของหมู่บ้านและชุมชน (SML) ในพื้นที่จังหวัดมหาสารคามและ จังหวัดขอนแก่น นอกจากนี้ นายนที ขลิบทอง ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ ได้ให้เกียรติชี้แจง แนวทางการดำเนินงานโครงการพัฒนาศักยภาพหมู่บ้านและชุมชน (SML) พร้อมตอบประเด็น ข้อซักถาม และในช่วงบ่าย นายโสวัฒน์ อยู่คงดี หัวหน้างานเครือข่ายกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง และ นางสาวดาว สองศรี หัวหน้าสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ สาขา 5 ได้ชี้แจงแนวทางการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงานโครงการพัฒนาศักยภาพของหมู่บ้านและชุมชน (SML)
 
การขับเคลื่อนโครงการ SML ในระดับพื้นที่
เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2556 นายนที ขลิบทอง ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ ได้ให้เกียรติเป็นวิทยากรบรรยายในหัวข้อ "การขับเคลื่อนโครงการพัฒนาศักยภาพของหมู่บ้านและชุมชน (SML) ในระดับพื้นที่" ภายใต้ "โครงการสัมมนาการขับเคลื่อนการดำเนินงานของคณะกรรมการหมู่บ้าน (กม.)ในระดับพื้นที่ ประจำปีงบประมาณ 2556" ซึ่งจัดโดยกรมการปกครอง เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจในแนวทางการขับเคลื่อน กม. ในปีงบประมาณ 2556 และหาแนวทางการสร้างการยอมรับต่อการปฏิบัติหน้าที่ของ กม. จากทุกภาคส่วน รวมทั้งหารูปแบบ แนวทางการเป็นพี่เลี้ยงส่งเสริม สนับสนุน การปฏิบัติหน้าที่ของ กม. ตามระเบียบกฎหมายและมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ตลอดจนเพื่อให้ผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานในระดับจังหวัดอำเภอ ได้มีเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เทคนิค วิธีการในการปฏิบัติงาน สามารถนำความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับไปปรับใช้ในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งผู้เข้าร่วมโครงการฯ ได้แก่ ปลัดจังหวัด จ่าจังหวัด นายอำเภอ ทุกอำเภอ ปลัดอำเภอที่รับผิดชอบงาน กม. หรือปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่ม/ฝ่ายบริหารงานปกครองอำเภอละ 1 คน และ ตัวแทน กม. อำเภอละ 1 คน ซึ่งพิจารณาจากประธานชมรมกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ระดับอำเภอ หรือกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ที่มีผลงานโดดเด่น หรือตัวแทน กม. จากหมู่บ้านที่มีความเข้มแข็งสามารถนำความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับจาการสัมมนาฯ ไปถ่ายทอดให้แก่ กม. ในอำเภอได้ ณ โรงแรมเชียงใหม่ภูคำ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่
 
รมต.มอบนโยบายและติดตามความคืบหน้าโครงการรัฐบาล

     เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2556 นายวราเทพ รัตนากร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ เดินทางมาประชุมมอบนโยบายพร้อมติดตามความคืบหน้าโครงการของรัฐบาลในพื้นที่เขตตรวจราชการที่ 17 ได้แก่  จังหวัดอุตรดิตถ์ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ สุโขทัย และตาก และเขตตรวจราชการที่ 18 ได้แก่  จังหวัดนครสวรรค์ กำแพงเพชร พิจิตร และอุทัยธานี  ซึ่งเป็นการติดตามนโยบายเร่งด่วน ด้านเศรษฐกิจ  ได้แก่ การแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนและผู้ประกอบการเนื่องจากภาวะเงินเฟ้อและราคาน้ำมันเชื้อเพลิง  ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนโดยเพิ่มกำลังซื้อภายในประเทศสร้างสมดุลและความเข้มแข็งอย่างมีคุณภาพให้แก่ระบบเศรษฐกิจมหาภาค ปรับลดภาษีเงินได้นิติบุคคล ส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งเงินทุน (SML) การยกระดับราคาสินค้าเกษตรและให้เกษตรกรเข้าถึงแหล่งเงินทุน และการปฏิรูปการจัดการที่ดิน  ทั้งนี้นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีต้องการเชื่อมโยงยุทธศาสตร์ การเตรียมพร้อมจัดงบประมาณสู่การประชาคมอาเซียน เช่น  เร่งรัดติดตามแก้ไขปัญหาระดับรากหญ้า ปัญหาเงินทุน SML  ซึ่งมีร้องเรียนว่าบางหมู่บ้านไม่ได้รับการโอนเงิน,เพื่อเป็นการยกระดับสินค้าเกษตรและเกษตรกรเข้าแหล่งเงินทุน เป็นต้น พร้อมเปิดโอกาสให้แต่ละจังหวัดเสนอความต้องการและปัญหา
     นายวราเทพ รัตนากร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการบริหารงบประมาณของประเทศ งบ 3.5 แสนล้านบาท ในปี 2557 หนึ่งในงบนี้จะเป็นการดำเนินงานแก้ไขปัญหาอุทกภัยของจังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี และพิจิตร โดยขอให้เสนอแนวทางแก้ปัญหาระดับต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ งบแผนงานตามยุทธศาสตร์ ด้านการก่อสร้างทางรถไฟ สถานีขนส่ง ซึ่งได้มีการเสนอร่าง พรบ.กู้เงินลงทุนด้านการขนส่งของประเทศ เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท โดยงบจำนวนนี้ มีโครงการก่อสร้างทางมอเตอร์เวย์ บางปะอินทร์-นครสวรรค์ จำนวน 3,600 ล้านบาทด้วย.
     ขณะที่ นายสุรศักดิ์ เจริญศิริโชติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ กล่าวในส่วนของจังหวัดนครสวรรค์ ว่า เสนอให้จังหวัดนครสวรรค์ เป็นศูนย์กลางคมนาคมของภาคเหนือตอนล่างสู่ภาคเหนือตอนบน ทั้งการขนส่งสินค้าและการขนส่งผู้โดยสาร ด้วยการขนส่งระบบรางคู่ ระบบขนส่งมวลชน รถไฟความเร็วสูงสู่จังหวัดข้างเคียง รวมทั้งสร้างสถานีขนถ่ายสินค้าระบบตู้คอนเทรนเนอร์
     ด้านจังหวัดกำแพงเพชร รายงานความคืบหน้ากองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง SML ได้รับการโอนเงินแล้วร้อยละ 70 ส่วนโครงการรับจำนำข้าว ธกส.จ่ายเงินให้เกษตรกรแล้ว 6,200 ราย ด้านการรับจำนำมันสำปะหลัง มีลานมันเข้าร่วมมากรับซื้อได้ตามเป้า ส่วนแผนพัฒนาจังหวัดตามประเด็นยุทธศาสตร์ ทำได้ตามที่ขอไป,และไม่มีปัญหาการดำเนินงานได้ตามเป้าหมาย ขณะที่ยังเสนอว่า ปัจจุบันมีโรงงานอุตสาหกรรมย้ายฐานการผลิตมายังจังหวัดภาคเหนือตอนล่างจำนวนมาก อยากให้มีการดำเนินงานในระบบนิคมอุตสาหกรรมร่วมจังหวัด
     สำหรับจังหวัดอุทัยธานี มี 656 กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง ที่อยู่ระหว่างขั้นตอนเพิ่มทุนครั้งที่ 3 ติดปัญหาอยู่ที่เอกสาร ส่วน SML ได้รับการโอนเงินแล้วร้อยละ 90
ส่วนจังหวัดพิจิตร มีปัญหาด้านโกดังกลางไม่พอเก็บข้าวที่รับจำนำในโครงการ กองทุนหมู่บ้าน ดำเนินงานเสร็จตามเป้าหมาย ส่วนการจัดเสวนาหาทางออกประเทศไทย สามารถดำเนินงานได้
     นอกจากนี้ พันตำรวจโท นุกูล แสงศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของจังหวัดนครสวรรค์ เสนอความต้องการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนในพื้นที่ ได้แก่ ในเรื่องของงบ SML เมื่อลงไปสู่หมู่บ้าน ไม่ต้องการให้ส่วนราชการไปตัดสินใจแทนประชาชน เพราะมีการร้องเรียนการเรียกรับผลประโยชน์ งบพัฒนาจังหวัดมีน้อย ไม่อยากให้หน่วยงานนำไปใช้ และยังขอให้ติดตามงบก่อสร้างเขื่อนแม่วงก์ ติดตามความคืบหน้าการก่อสร้างสวนสัตว์นครสวรรค์
     ด้าน นายทายาท เกียรติชูศักดิ์ สส.นครสวรรค์ เสนอการแก้ไขถนนที่เสียหายจากอุทกภัยยังไม่ได้รับการซ่อมแซมให้อยู่ในสภาพดี ที่อำเภอท่าตะโก นอกจากนี้ยังมีเกษตรกรของตำบลสร้อยทอง อำเภอตาคลี อีก 10 ราย ดินหายไปจากประตูระบายน้ำบางโฉมศรีแตก และในเรื่องของผลผลิตไร่อ้อยปีนี้ไม่ดี ถูกบิดเบือนหลักเกณฑ์การคำนวณการจ่ายเงินร้อยละ 100 % เหลือรับเพียง ร้อยละ 95
     ด้าน นางวราภรณ์ ตั้งภากรณ์ สส.นครสวรรค์ เสนอในเรื่องของปริมาณข้าวที่เข้าร่วมโครงการรับจำนำ ผลผลิตที่ออกมามีมาก ตัวเลขในการรับจำนำไม่ถูกต้อง จึงอยากเสนอให้ปรับเป็นภาพรวมทุกจังหวัด
     และนายดิสทัต คำประกอบ สส.นครสวรรค์ กล่าวถึงความสำเร็จตามโครงการต่างๆที่รัฐบาลลงสู่ประชาชน ประสบผลสำเร็จเป็นอย่างมาก ทั้งด้านการแก้ปัญหา SML โครงการรับจำนำข้าว การเข้าถึงแหล่งเงินทุน ผ่านบัตรเครดิตเกษตรกร นอกจากนี้เสนอว่า ราคารับซื้อมันสำปะหลังจาก 1,800 บาทต่อตัน อยากได้เป็น 2,500 ต่อตัน
หลังจากนั้น รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในช่วงบ่ายเดินทางต่อไปติดตามงานของกลุ่มจังหวัดภาคตอนล่าง 1 ที่จังหวัดพิษณุโลก มีจังหวัดในกลุ่ม ได้แก่ พิษณุโลก ตาก อุตรดิตถ์ สุโขทัย
โดยนายวราเทพ กล่าวเพิ่มเติมในการมอบนโยบายที่จังหวัดพิษณุโลกว่า การประชุมครั้งนี้เป็นการติดตามงานการปฏิบัติราชการในภูมิภาค และที่สำคัญติดตามงานที่จะนำเสนอต่อนายกรัฐมนตรี ในการประชุม ครม.สัญจรที่อุตรดิตถ์ ซึ่งเบื้องต้นรัฐบาลได้เตรียมงบประมาณลงพื้นที่แต่ละจังหวัดๆ ละ 100 ล้านบาท และจัดงบอีก 100 ล้านบาทสำหรับโครงการในกลุ่มจังหวัด ในปีงบประมาณ 57 ซึ่งระหว่างการประชุม ตัวแทนของแต่ละจังหวัดได้ชี้แจงโครงการ และผลงานแต่ละจังหวัดที่ดำเนินการไปแล้ว รวมทั้งปัญหาและอุปสรรค


 

 
สำนักนายกฯ มอบนโยบาย แก่ กทบ. มุ่งส่งความสุขเพื่อประชาชนทั้งประเทศ

     นายวราเทพ รัตนากร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ แถลงข่าวมอบนโยบายสำคัญปี 2556 ให้กับสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ เพื่อส่งความสุข สร้างความเข้มแข็งเพื่อประชาชน ย้ำ! สานต่อโครงการสำคัญให้มีความต่อเนื่อง เพื่อประชาชนนำไปพัฒนาชุมชนเกิดประโยชน์สูงสุด พร้อมขับเคลื่อนโครงการใหม่ที่นำประโยชน์สู่ความเป็นชุมชนเข้มแข็งขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศมีศักยภาพอย่างยั่งยืน โดยมี นายนที ขลิบทอง ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ เป็นผู้รับมอบและขับเคลื่อนนโยบาย เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2555 ณ ห้องประชุมแซฟไฟร์ 204 อิมแพคฟอรั่ม เมืองทองธานี
     นายวราเทพ กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาโครงการที่มอบหมายให้เป็นภารกิจที่ขับเคลื่อนโดยสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.) นับว่านำประโยชน์โดยตรงสู่ประชาชนในท้องถิ่น / ชุมชน เพื่อเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาชุมชนเข้มแข็ง อันเป็นกลไกสำคัญของการพัฒนาประเทศ ไม่ว่าจะเป็น โครงการ SML โครงการเพิ่มทุนเงินล้าน โครงการกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ฯลฯ ทั้งนี้ในปี 2556 สำนักนายกรัฐมนตรี ก็จะยังคงสานต่อแนวนโยบายของรัฐบาล เพื่อมุ่งเน้นส่งความสุขให้แก่ประชาชน จึงวางแผนงาน และนโยบายการขับเคลื่อนกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง รวมถึงโครงการพัฒนาศักยภาพของหมู่บ้านและชุมชน (SML) ดังนี้ 1. การเพิ่มทุนกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง ระยะที่ 3 สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติกำหนดแผนดำเนินการโอนเงินเพื่อทุนให้กับกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง จำนวน 57,641 กองทุน ให้แล้วเสร็จภายในเดือนกันยายน 2556 โดยจะจัดกิจกรรมปฏิบัติการโอนเงินเพิ่มทุนในการะดับภูมิภาคหมุนเวียนกันไปทั่วประเทศทั้งนี้ได้กำหนดการโอนเงินเพิ่มทุนครั้งต่อไปในช่วงเดือนมกราคม 2556 2. การดำเนินงานโครงการพัฒนาศักยภาพของหมู่บ้านและชุมชน (SML) ทั้งในแง่ของการโอนเงินโครงการพัฒนาศักยภาพของหมู่บ้านและชุมชน (SML) ให้กับหมู่บ้านและชุมชน กำหนดแผนดำเนินการโอเงินให้กับหมู่บ้านและชุมชนที่เหลือ จำนวนประมาณ 24,840 หมู่บ้าน/ชุมชน ให้แล้วเสร็จภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2556 3. สถาบันการเรียนรู้กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง คณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ ได้อนุมัติหลักการจัดตั้งสถาบันการเรียนรู้กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง 80 แห่ง ใน 77 จังหวัด เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา 12 สิงหาคม 2555 เพิ่มเติมจากสถาบันเรียนรู้ที่จัดตั้งไว้เดิม 84 แห่ง ซึ่งสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติจะได้ร่วมกับหน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้องในการพัฒนาและจัดตั้งสถาบันการเรียนรู้กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง 4. สถาบันการเงินชุมชน สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ ร่วมกับสถาบันการเงิน (ธนาคารออมสิน, ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร) ดำเนินการพัฒนาและยกระดับกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง ที่มีการบริหารจัดการที่ดีสู่การเป็นสถาบันการเงินชุมชน จำนวน 10,000 กองทุน ในปี 2556 ดังนี้
     สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ จำนวน 2,000 กองทุน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรจำนวน 3,000 กองทุน, ธนาคารออมสิน จำนวน 5,000 กองทุน 5. การพัฒนาศักยภาพการบริหารกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองโดย สทบ.ร่วมกับหน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้องจัดทำคู่มือและฝึกอบรมให้ความรู้กับคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองในการบริหารจัดการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองในด้านต่างๆ ดังนี้ 5.1 การพัฒนาศักยภาพด้านการควบคุมภายในและการบริหารความเสี่ยงกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง โดยความร่วมมือกับกรมบัญชีกลาง 5.2 การพัฒนาศักยภาพและทักษะการใช้โปรแกรมบัญชีกลางของกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองโดยความร่วมมือสถาบันการเงิน 5.3 การพัฒนาศักยภาพ ด้านไกล่เกลี่ย ประนีประนอมข้อพิพาทโดยความร่วมมือสำนักงานอัยการสูงสุด 6. โครงการผู้ตรวจสอบบัญชีกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง ดำเนินการสร้างผู้ตรวจสอบบัญชีกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองเพิ่มเติมโดยมีเป้าหมายในการสร้างผู้ตรวจสอบบัญชีกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองในปี 2556 จำนวน 1,000 คน 7. การพัฒนาอาชีพและสินค้าสมาชิกกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง โดยร่วมกับหน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐเอกชนและเอกชน ส่งเสริมสนับสนุนการพัฒนาอาชีพและสินค้าของสมาชิกกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองทั้งกระบวนการผลิต การจำหน่าย และ การแลกเปลี่ยนสินค้า 8. การดำเนินงานนโยบายความร่วมมือกับภาคเอกชน CSR โดย สทบ. ร่วมกับสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลังและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เพื่อหารือความร่วมมือของภาคเอกชนในการดำเนินนโยบายกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง โดยกระทรวงการคลังจะดำเนินการแต่งตั้งคณะทำงานเพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานและเผยแพร่องค์ความรู้ และ สทบ. จะดำเนินการสำรวจความต้องการของกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองในการขอรับการสนับสนุนจากภาคเอกชน 9. โครงการความร่วมมือกับหน่วยงานภาคี 9.1 โครงการความร่วมมือกับสถาบันการเงินสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติร่วมกับสถาบันการเงิน ร่วมกำหนดแผนงานในการติดตามสนับสนุนการดำเนินงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองในพื้นที่ และการพัฒนากองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง เป็นสถาบันการเงินชุมชนภายใต้มาตรฐานเดียวกัน 9.2 โครงการความร่วมมือกับกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติได้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ในการประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสาร องค์ความรู้ บทเรียนความสำเร็จเพื่อการพัฒนากองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง และโครงการพัฒนาศักยภาพของหมู่บ้านและชุมชนเมือง และโครงการพัฒนาศักยภาพของหมู่บ้านและชุมชน (SML) ผ่านกลไกทีวีชุมชน และเครือข่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ 10. การสนับสนุนการเตรียมความพร้อมสู่การเข้าร่วมประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) จะเข้าไปมีบทบาทในการสนับสนุน การประชาสัมพันธ์ให้ข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับการเข้าร่วมประชาคมอาเซียนให้ประชาชน(สมาชิกกองทุนหมู่บ้าน) ได้รับทราบด้วยผ่านกลไกของสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ สาขา กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง เครือข่ายกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง และดำเนินการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการและฝึกอบรมให้ความรู้ความเข้าใจกับพนักงานสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติเพื่อขยายองค์ความรู้ในการเตรียมความพร้อมสู่การเข้าร่วม AEC ให้กับกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองและภาคีเครือข่ายต่อไป

 

 
      Go To Top << Back